xs
xsm
sm
md
lg

นายกพัทยาแจงปม “เขาไผ่” ย้ำไม่ทำบ่อขยะ-ไม่แตะป่าต้นน้ำ ชี้ยังต้องประชาคม-ผ่านกรมป่าไม้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา - นายกเมืองพัทยาแจงปมเตรียมใช้พื้นที่ป่าเขาไผ่จัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ย้ำยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา ต้องผ่านประชาคมรับฟังความคิดเห็นและได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ ยันไม่มีแผนนำพื้นที่ไปทำบ่อขยะ หากพบกระทบป่าต้นน้ำ สิ่งแวดล้อม หรือสิทธิชุมชน พร้อมเปลี่ยนพื้นที่ทันที


นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ชี้แจงกรณีกระแสคัดค้านแนวคิดใช้พื้นที่ป่าเขาไผ่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นสถานที่จัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ยืนยันโครงการยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามกฎหมาย โดยต้องผ่านการประชาคมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ และได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ พร้อมย้ำไม่มีแผนนำพื้นที่ดังกล่าวไปจัดทำบ่อขยะ และหากตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่ต้นน้ำหรือไม่เหมาะสมด้านสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยาจะไม่ใช้พื้นที่ดังกล่าวอย่างแน่นอน

เมืองพัทยาพยายามแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันมีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อใช้พื้นที่ของมูลนิธิในการดูแลสุนัข แต่เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิ ทำให้เมืองพัทยามีข้อจำกัดในการสนับสนุนงบประมาณและพัฒนาสถานที่ โดยสามารถช่วยเหลือได้บางส่วน เช่น ค่าอาหารและค่าผู้ดูแล ขณะที่พื้นที่ปัจจุบันมีประมาณ 10 ไร่ และรองรับสุนัขได้จำกัด


สำหรับพื้นที่เขาไผ่ที่ถูกนำมาพิจารณานั้น นายปรเมศวร์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นผู้แนะนำพื้นที่แห่งหนึ่งใน ต.ห้วยใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและเป็นพื้นที่ที่รัฐได้คืนมาจากการบุกรุก จึงมีการนำมาพิจารณาในเบื้องต้น

“ต้องเน้นว่าเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม เพราะพาดหัวข่าวบางส่วนพูดเหมือนเมืองพัทยาจะเข้าไปทำลายป่าหรือทำลายพื้นที่ต้นน้ำ ความจริงเป็นเพียงการพูดคุยเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า พื้นที่ใดมีความเหมาะสมและสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้” นายปรเมศวร์ กล่าว

นายกเมืองพัทยา กล่าวต่อว่า ก่อนหมดวาระที่ผ่านมา เมืองพัทยาเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จึงเสนอเรื่องเข้าสู่สภาเมืองพัทยา เพื่อขอความเห็นชอบในการดำเนินกิจการนอกเขตเมืองพัทยา เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ใน ต.ห้วยใหญ่

ภายหลังสภาเมืองพัทยาให้ความเห็นชอบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน โดยหนึ่งในขั้นตอนสำคัญคือการจัดประชาคมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด

ทั้งนี้ แนวคิดของโครงการไม่ได้มีเพียงการจัดทำสถานที่พักพิงสุนัข แต่ต้องการพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ มีพื้นที่สีเขียว สวนหย่อม และการปลูกต้นไม้ควบคู่กับการดูแลสุนัข ขณะเดียวกัน การมีหน่วยงานของรัฐเข้าไปดูแลพื้นที่ยังอาจช่วยป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าในอนาคตได้อีกทางหนึ่ง


ยัน “เขาไผ่” ไม่เกี่ยวโครงการบ่อขยะ

นายปรเมศวร์ ยังชี้แจงกรณีที่มีการนำเรื่อง “บ่อขยะ” มาเชื่อมโยงกับพื้นที่เขาไผ่ โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เมืองพัทยาไม่มีแผนและไม่เคยหารือเรื่องการนำพื้นที่เขาไผ่แปลงดังกล่าวไปจัดทำบ่อขยะ

ส่วนการแก้ไขปัญหาขยะของเมืองพัทยาเป็นอีกโครงการหนึ่งที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการ เนื่องจากปัจจุบันเมืองพัทยามีปริมาณขยะเกือบ 600 ตันต่อวัน ขณะที่ประชากรตามทะเบียนมีเพียงแสนกว่าคน แต่ในพื้นที่จริงมีประชากรแฝง ผู้เดินทางเข้ามาใช้บริการในเมือง และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่งผลให้การบริหารจัดการขยะเป็นโจทย์สำคัญของเมือง

ปัจจุบันเมืองพัทยามีค่าใช้จ่ายในการขนส่งขยะไปกำจัดนอกพื้นที่จำนวนมาก จึงต้องหาแนวทางบริหารจัดการขยะในระยะยาว รวมถึงแนวคิดเกี่ยวกับระบบกำจัดขยะและเตาเผาขยะ แต่เป็นคนละส่วนกับโครงการจัดตั้งศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้


ส่วนข้อกังวลของชมรมคนรักษ์เขาไผ่ที่ระบุว่าพื้นที่ประมาณ 30 กว่าไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา มีสภาพลาดเอียงและอยู่ใกล้คลองน้ำขาว อาจเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ต้นน้ำ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า เมืองพัทยาไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องใช้ที่ดินแปลงดังกล่าวเท่านั้น

“ประเด็นไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นพื้นที่แปลงนี้ ขอให้กรมป่าไม้บอกว่าพื้นที่ไหนเหมาะสม เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ เมืองพัทยาไม่มีจุดประสงค์จะเข้าไปใช้พื้นที่ต้นน้ำ ถ้าต้องไปอยู่ต้นน้ำเราก็ไม่เอา เราเอาพื้นที่ที่สามารถทำได้และไม่สร้างผลกระทบ” นายปรเมศวร์ กล่าว

เบื้องต้นมีการจัดทำแนวคิดและแบบคร่าวๆ โดยคาดว่าจะใช้พื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ซึ่งนายปรเมศวร์เห็นว่าเพียงพอสำหรับโครงการ แต่รายละเอียดตำแหน่งพื้นที่และผังโครงการยังต้องตรวจสอบอีกครั้ง

“ผมเองไม่ได้รู้รายละเอียดว่าผังตรงนั้นไปอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำหรือไม่ ถ้ามันอยู่จริงเราก็ขยับได้ เพราะตามขั้นตอนยังต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ต้องพิจารณาว่าพื้นที่เหมาะสมหรือไม่ และต้องไม่กระทบสิทธิประชาชนหรือสิ่งแวดล้อม” นายปรเมศวร์ กล่าว


เล็งศูนย์ครบวงจร แก้ปัญหาสุนัขจรจัดระยะยาว

นายกเมืองพัทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานที่ดูแลสุนัขในปัจจุบันดำเนินการโดยมูลนิธิและใช้พื้นที่เอกชน ซึ่งมีทั้งภาระค่าเช่าที่ดิน ข้อจำกัดด้านพื้นที่ และจำนวนสุนัขที่สามารถรองรับได้ ขณะที่เมืองพัทยาไม่สามารถนำงบประมาณเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากไม่ได้เป็นทรัพย์สินของเมือง

หากมีศูนย์ดูแลสุนัขของเมืองพัทยาเอง จะสามารถออกแบบระบบดูแลได้ครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่การพักพิง การดูแลสุขภาพ การทำหมัน การฉีดวัคซีน ตลอดจนการหาผู้รับเลี้ยงรายใหม่ รวมถึงพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการปัญหาสุนัขจรจัด ซึ่งอาจช่วยรองรับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ อ.บางละมุง ได้ด้วย

นายปรเมศวร์ ระบุว่า เมืองพัทยามีสุนัขจรจัดจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว การควบคุมจำนวนสุนัขจึงทำได้ยาก แม้เมืองจะดำเนินโครงการทำหมันและฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสุนัขไม่มีเจ้าของที่จับตัวได้ยาก

อย่างไรก็ตาม นโยบายไม่ได้หมายถึงการนำสุนัขจรจัดทุกตัวเข้าสู่ศูนย์ แต่จะให้ความสำคัญกับสุนัขแก่ สุนัขป่วย และสุนัขดุร้ายหรือมีความเสี่ยงต่อประชาชน ส่วนสุนัขที่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้ จะเน้นการทำหมันและควบคุมจำนวนประชากรตามหลักการจัดการสุนัขจรจัด

นายปรเมศวร์ ย้ำว่า ต้องการให้ประชาชนเข้าใจกระบวนการทั้งหมดว่าไม่ได้ดำเนินการอย่างลับๆ และไม่ได้กำหนดตายตัวว่าจะต้องใช้พื้นที่ป่าเขาไผ่แปลงนี้ แต่เป็นเพียงพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เสนอให้พิจารณาในฐานะพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม

ทั้งนี้ โครงการยังมีอีกหลายขั้นตอนก่อนดำเนินการจริง ทั้งการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การตรวจสอบความเหมาะสมของพื้นที่ และการขออนุญาตจากกรมป่าไม้ หากผลการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวกระทบป่าต้นน้ำ ลำห้วย สิ่งแวดล้อม หรือสิทธิของประชาชน เมืองพัทยาพร้อมพิจารณาพื้นที่อื่นที่มีความเหมาะสมแทน เครดิตฟรี