ศูนย์ข่าวศรีราชา - ทัพเรือภาคที่ 1 สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดเรือประมง “ริสกีนำโชค 89” ต้องสงสัยกลางอ่าวไทย ตรวจพบดีเซลประมาณ 60,000 ลิตร ไม่มีเอกสารแสดงที่มาและหลักฐานการเสียภาษี รวมถึงเรือและลูกเรือไม่มีใบอนุญาต เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันนี้ (14 ส.ค. 2569) พล.ร.ท.เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) แถลงผลการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงต้องสงสัยกลางอ่าวไทย หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือประมง “ริสกีนำโชค 89” มีพฤติการณ์ผิดสังเกต ก่อนเข้าตรวจสอบและพบดีเซลประมาณ 60,000 ลิตร โดยไม่มีเอกสารแสดงที่มาและหลักฐานการเสียภาษี
เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2569 เรือหลวง ต.115 จากศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 ออกลาดตระเวนตามแผนในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน หรือบริเวณอ่าวรูปตัว ก และตรวจพบเรือประมง “ริสกีนำโชค 89” ทอดสมออยู่บริเวณชายฝั่ง จ.เพชรบุรี โดยมีลักษณะผิดสังเกตและแตกต่างจากเรือประมงทั่วไป
เจ้าหน้าที่จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติให้อำนาจทหารเรือปราบปรามการกระทำผิดทางทะเล พ.ศ. 2490 เข้าตรวจค้นเรือ ผลการตรวจสอบพบว่าเรือลำดังกล่าวไม่มีเอกสารประจำเรือและใบอนุญาตใช้เรือ ขณะที่ผู้ควบคุมเรือและลูกเรือไม่มีใบอนุญาตทำงาน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภายในระวางเรือ เจ้าหน้าที่ยังพบว่ามีน้ำมันดีเซลประมาณ 60,000 ลิตร แต่ไม่พบเอกสารแสดงแหล่งที่มา รวมถึงหลักฐานการชำระภาษี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมเรือพร้อมลูกเรือทั้งหมดเดินทางมายังท่าเทียบเรือแหลมเทียน กองบัญชาการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด
ในการตรวจสอบครั้งนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กรมสรรพสามิต สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค และสถานีตำรวจน้ำ 3 กก.5 บก.รน. ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 และ ศรชล.ภาค 1 พร้อมหน่วยงานภาคีเครือข่าย ยืนยันจะดำเนินมาตรการป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นเรือที่มีพฤติการณ์ลักลอบขนส่งน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอย่างจริงจังและเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลและรักษาความมั่นคงทางทะเลอย่างเต็มกำลัง


