นครพนม – สถานการณ์น้ำในจังหวัดนครพนมยังต้องเฝ้าระวัง แม้ระดับแม่น้ำโขงเริ่มลดลง แต่ระดับน้ำที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูงส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำของลำน้ำสาขา โดยเฉพาะลำน้ำสงครามและลำน้ำอูน ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและนาข้าวแล้วมากกว่า 20,000 ไร่ ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอบ้านแพงและอำเภอศรีสงครามมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบรวมเกือบ 100 หลังคาเรือน
วันนี้( 14 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนในพื้นที่จังหวัดนครพนมว่า ระดับแม่น้ำโขงล่าสุดวัดได้ 11.89 เมตร ลดลงจากเมื่อวาน ซึ่งอยู่ที่ 12.01 เมตร ประมาณ 12 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำโขงที่ยังอยู่ในระดับสูง ยังคงส่งผลต่อการระบายน้ำจากลำน้ำสาขา โดยเฉพาะ ลำน้ำสงครามและลำน้ำอูน ซึ่งไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำโขงได้ตามปกติ
ผลจากภาวะน้ำโขงหนุนทำให้มวลน้ำจากลำน้ำสาขาเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและนาข้าวของเกษตรกรแล้วมากกว่า 20,000 ไร่ โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักอยู่ใน อำเภอศรีสงครามและอำเภอนาหว้า ขณะที่มวลน้ำเริ่มเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ โดยเฉพาะในเขต อำเภอบ้านแพงและอำเภอศรีสงคราม รวมเกือบ 100 หลังคาเรือน
ไชยบุรีอ่วม น้ำโขงหนุนลำน้ำสงคราม ชาวบ้านเร่งย้ายสัตว์
อีกหนึ่งจุดที่ต้องจับตาคือ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นบริเวณที่ลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะน้ำโขงหนุน ทำให้การระบายลงแม่น้ำโขงเป็นไปได้ยาก ก่อนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำและบ้านเรือนประชาชน
ชาวบ้านบางส่วนต้องเร่งเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง ทั้ง โค กระบือ และสุกร ไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัยเป็นการชั่วคราว ขณะที่บางครัวเรือนต้องช่วยกันขนทรัพย์สินขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายหากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก
นอกจากนี้ น้ำยังเข้าท่วมบริเวณใต้สะพานข้ามห้วยซึ่งใช้เป็น จุดกลับรถรวม 5 แห่ง ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ประชาชนและผู้ใช้เส้นทางต้องขับรถไปกลับรถไกลประมาณ 5–6 กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนต่อการเดินทาง ขณะที่นาข้าวในพื้นที่ได้รับความเสียหายแล้วหลายร้อยไร่
สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อร้านค้าและร้านอาหารในพื้นที่ รวมถึง สวนอาหารปากน้ำไชยบุรี เนื่องจากจุดกลับรถใกล้ร้านถูกน้ำท่วม การเดินทางเข้า–ออกไม่สะดวก ลูกค้าต้องใช้ระยะทางเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อจำนวนผู้มาใช้บริการและการค้าขายในชุมชนริมแม่น้ำโขง
“เจเศรษฐ์” มท.ช่วย ลงนครพนมวันนี้ ติดตามสถานการณ์ 7 จังหวัดลุ่มน้ำโขง
ขณะเดียวกัน วันนี้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การติดตามสถานการณ์ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
พร้อมประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์ ปัจจัยเสี่ยง และกำหนดมาตรการรับมือ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมกำลังและการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงต้องจับตาเป็นพิเศษ หลังหลายพื้นที่ริมแม่น้ำโขงกำลังได้รับผลกระทบจากระดับน้ำสูง รวมถึงภาวะน้ำโขงหนุนลำน้ำสาขา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และเส้นทางคมนาคมในหลายอำเภอ
ผู้ว่าฯ สั่งตั้งวอร์รูม 12 อำเภอ เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ด้าน ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม และนายอำเภอทั้ง 12 อำเภอ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานกำลังทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงสนับสนุนการเคลื่อนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูง
ส่วนในเขตเทศบาลเมืองนครพนม นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม สั่งเจ้าหน้าที่เดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่บริเวณริมแม่น้ำโขงอย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งระบายน้ำฝนและน้ำท่วมขังตามถนนและพื้นที่ลุ่มต่ำออกสู่แม่น้ำโขง พร้อมเตรียมกระสอบทรายและแนวป้องกันในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจริมแม่น้ำโขง
สำหรับปริมาณฝนวันนี้ พบว่า อำเภอธาตุพนมวัดได้ 60.0 มิลลิเมตร และ อำเภอเรณูนคร 35 มิลลิเมตร ส่วนอำเภออื่น ๆ มีฝนตกเล็กน้อย ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องติดตามทั้งปริมาณฝน มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบน ระดับแม่น้ำโขง และลำน้ำสาขาอย่างต่อเนื่อง
แม้ระดับแม่น้ำโขงนครพนมจะเริ่มลดลง แต่สถานการณ์ยังไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากระดับน้ำที่ยังสูงทำให้การระบายน้ำจากลำน้ำสงครามและลำน้ำอูนเป็นไปอย่างจำกัด หากมีฝนตกหนักเพิ่มเติม อาจทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่การเกษตร และชุมชนริมน้ำได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยง รวมถึงสิ่งของจำเป็นขึ้นสู่ที่สูง หากพบเหตุฉุกเฉินสามารถขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ สายด่วน ปภ. 1784 และ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองนครพนม โทร. 042-511444 หรือ 082-5628832


