เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งขนกว่า 11,200 รายชื่อ บุกทำเนียบฯ ยื่นค้านขยายพื้นที่ EEC เข้าปราจีนบุรี จี้รัฐบาลตัดสินใจยุติโครงการ หวั่นปัญหาขยะอุตสาหกรรมและมลพิษกระทบชุมชน พร้อมประกาศนัดชุมนุมใหญ่ 17 ส.ค.นี้ ที่ศาลากลางจังหวัด หากยังไร้คำตอบจะปักหลักไม่กลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (13 ส.ค.)รายงานว่า ตัวแทนนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมจากเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งกว่า 20 คน รวมตัวบริเวณประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเดินขบวนข้ามฝั่งมายังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พร้อมเอกสารรายชื่อประชาชนกว่า 11,200 รายชื่อ ซึ่งร่วมคัดค้านการขยายโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้ามาในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 4 (3) แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เรียกร้องให้พิจารณามีมติยุติการขยายพื้นที่ EEC เข้ามาในจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนรับหนังสือแทน
นายสุนทร คมคาย นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม จ.ปราจีนบุรี ตัวแทนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เปิดเผยว่า การเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้ต้องการคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่า จะถอดจังหวัดปราจีนบุรีออกจากโครงการ EEC หรือไม่ หลังจากเครือข่ายเรียกร้องเรื่องดังกล่าวมานานกว่า 1 เดือน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนจากภาครัฐ
นายสุนทร กล่าวว่า ตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ปราจีนบุรีเผชิญปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหลายด้าน ทั้งการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม การขอใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานขยะ รวมถึงการเข้ามาลงทุนของกลุ่มทุนต่างชาติ และปัญหามลพิษจากโรงงานที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นักการเมืองท้องถิ่นและผู้ว่าราชการจังหวัดกลับเข้าร่วมกิจกรรมวางศิลาฤกษ์โรงงานบางแห่ง ขณะที่ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาการลักลอบทิ้งขยะและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งแก้ไขปัญหาและไม่ปล่อยให้ประชาชนปราจีนบุรีต้องได้รับผลกระทบมากไปกว่านี้
ด้านนางอรชา จันทร์เดช ตัวแทนผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออกจากเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง กล่าวว่า การเดินทางมาทำเนียบรัฐบาลครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าและทวงถามคำตอบจากรัฐบาล โดยเครือข่ายจะไม่รอคอยอย่างไร้จุดหมายอีกต่อไป หากภายใน 2-3 วันนี้รัฐบาลยังไม่มีท่าทีหรือคำตอบที่ชัดเจน เครือข่ายมีมติจะเดินทางไปปักหลักรอคำตอบที่ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ในวันที่ 17 สิงหาคมนี้
ขณะที่นางพิสมัย ทองโบราณ จากเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรง หนึ่งในสมาชิกเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง กล่าวถึงความยากลำบากในการเคลื่อนไหวว่า นักปกป้องสิทธิมนุษยชนของเครือข่าย 2 ราย ต้องเผชิญกับการข่มขู่ โดยมีการกล่าวอ้างถึงการตั้งค่าหัวรายละ 2 ล้านบาท เพียงเพราะออกมาปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรของประเทศ
นางพิสมัยระบุว่า เครือข่ายนำรายชื่อประชาชนกว่า 11,000 รายชื่อมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะต้องการสะท้อนความกังวลของประชาชนทั้งจังหวัด หาก EEC ขยายเข้ามาในพื้นที่อาจตามมาด้วยปัญหามลพิษและขยะอุตสาหกรรม ซึ่งประชาชนและคนรุ่นหลังต้องเป็นผู้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่า หากรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจน ชาวปราจีนบุรีจะยกระดับการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องบ้านเกิด
ตัวแทนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งประกาศยกระดับการเคลื่อนไหว หากรัฐบาลและนายกรัฐมนตรียังไม่มีคำตอบเกี่ยวกับการยุติการขยายพื้นที่ EEC ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยเชิญชวนประชาชนชาวปราจีนบุรีและผู้ที่ห่วงใยทรัพยากรธรรมชาติ เข้าร่วมการชุมนุมครั้งใหญ่ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี
เครือข่ายยืนยันว่าจะปักหลักรอคำตอบจากรัฐบาล และจะยังไม่เดินทางกลับจนกว่าจะได้รับความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการปกป้องพื้นที่และทรัพยากรของจังหวัดปราจีนบุรี


