อุบลราชธานี-สาว 18 ร้องเพจดังเมืองอุบล ตามคดีหลังถูกเพื่อนแฟนลวงไปข่มขืน พร้อมพยายามฆ่า แจ้งความกว่า 2 เดือน ไม่คืบหน้า ด้านหัวหน้างานสอบสวนแจงดำเนินการตลอดตั้งแต่วันแรกที่รับแจ้ง สอบปากคำแล้ว 3 ครั้ง รับผิดพลาดที่ไม่ได้สื่อสารกับผู้เสียหายจนทำให้เข้าใจผิดว่าตำรวจนิ่งเฉย
จากกรณีเพจบ้านเฮียชาญอุ้ยอุบล ได้โพสต์ภาพหญิงสาวถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ระบุข้อความว่า “ ด่วนๆทุกคนช่วยกันแชร์ครับผ่านมาสามเดือน ทั้งทีมีหลักฐานทุกอย่างคือปล่อยให้เงียบแท้คับ รับเรื่องร้องเรียนเด็กสาวคนนี้ โดนผู้ชายซึ่งรู้จักว่าเป็นรุ่นพี่ชวนไปหาเห็ดในป่า ระหว่างเดินทางน้องได้ขอแวะไปที่เถียงนาตัวเองก่อน เพราะโทรศัพท์แบตหมดพอน้องก้มไปเสียบชาร์จแบตสลบเลย
พอรู้สึกตัวอีกทีนึงกางเกงถูกถอดทิ้งไว้และพบเลือดกับไม้ท่อนใหญ่วางอยู่ น้องเลยรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือและให้ทางครอบครัวพาไปแจ้งความตั้งแต่วันที่ 31พ.ค. จนถึงตอนนี้เพิ่งเรียกไปสอบปากคำเมื่อวาน น้องกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องให้เพจบ้านเฮียชาญช่วย”
ล่าสุดวันนี้ ( 12 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบกับนางสาวเอ นามสมมุติอายุ 18 ปี ชาวอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่าเหตุการณ์เริ่มต้นช่วงบ่ายวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 มีนายเมธี มนัส อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับแฟนของตน เข้ามาเล่นและชักชวนตนไปเก็บเห็ดบริเวณสวนยางพาราท้ายหมู่บ้าน ด้วยความคุ้นเคยกันจึงได้ซ้อนท้ายไปกับนายเมธี
จนถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นเถียงนาท้ายหมู่บ้าน ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของตนแบตหมด จึงได้ขอไปเสียบชาร์จโทรศัพท์ชาร์จไว้ในเถียงนา จากนั้นตนก็หลับไปโดยที่ไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 หรือบ่ายของอีก 1 วัน ตนตื่นขึ้นมาพบว่า ตัวเองไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า ร่างกายเปลือยเปล่า เสื้อผ้าของตนถูกถอดวางไว้อยู่ที่พื้นข้างจุดที่ตนเองนอน ไม่พบตัวนายเมธีและโทรศัพท์ของตนที่ชาร์จไว้หายไป
นางสาวเอ เล่าอีกว่าหลังจากตนตั้งสติได้ จึงใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน นำตัวส่งที่บ้านในสภาพที่เลือดเต็มตัว ก่อนจะถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลประจำอำเภอ สาเหตุที่เดินทางไปกับนาย เมธี สองต่อสอง เพราะที่ผ่านมานายเมธีกับแฟน มากินมาเล่นที่บ้านเป็นประจำ นายเมธีไม่เคยมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางชู้สาวและไม่เคยล่วงละเมิดแตะเนื้อต้องตัว หรือพูดจาสองแง่สองง่ามกับตนมาก่อน
ตนจึงไว้ใจ ประกอบกับเคยไปไหนกับนายเมธีหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงไปตามคำชวนของนายเมธีในครั้งนี้ และตนไม่ทราบว่า ทำไมนายเมธีถึงได้ก่อเหตุทำร้ายตนแบบนี้ อยากฝากเตือนสติผู้หญิงที่มีคนรู้จักของเพื่อน หรือแฟนเพื่อนอย่าเชื่อใจใครง่ายๆ
ด้านคดี พ.ต.ท.เกรียงไกร ไม้โศก รอง ผกก.สอบสวน สภ.เขื่องใน เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า คุณตาของนางสาวเอ ได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ขณะนั้นตัวนางสาวเอ นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอเขื่องใน หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวนได้เดินทางไปยังห้องฉุกเฉิน เพื่อสอบสวนเบื้องต้น และมาลงบันทึกประจำวันไว้ เป็นหลักฐาน
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นางสาวเอได้ออกจากโรงพยาบาล กลับไปรักษาตัวอยู่ที่บ้านพัก พนักงานสอบสวนเห็นว่า มีอาการดีขึ้นจึงเชิญตัวนางสาวเอ มาสอบปากคำ รวมทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ก่อนที่จะมีประเด็นลงในโซเชียล ซึ่งตลอดระยะเวลาตั้งแต่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวน ได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนตัวผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดนายเมธี ผู้ต้องสงสัยที่อยู่กับนางสาวเอ คนสุดท้ายถูกจับกุมตัวในข้อหามียาเสพติดประเภทที่ 1 ยาบ้า จำนวน 10 เม็ด ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ส่วนประเด็นเรื่องความล่าช้านั้นทางพนักงานสอบสวน ต้องใช้รายงานชันสูตรจากแพทย์ประกอบสำนวน ซึ่งเป็นเอกสารจากหน่วยงานนอกส่งมาให้
ล่าสุดผลรายงานชันสูตรบาดแผลถูกส่งมาให้พนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 และได้มีการนัดหมายทางนางสาวเอ มาให้การเพิ่มเติมในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 แต่ทางผู้เสียหายไม่สะดวกเนื่องจาก ฝนตก จึงได้ทำการนัดหมายอีกครั้งในวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา
ส่วนประเด็นเรื่องของวัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์เสื้อผ้าในวันที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนยังไม่ได้เก็บรักษาไว้นั้น เกิดจากในวันที่ผู้เสียหายเข้ารับการรักษาทางโรงพยาบาล เป็นผู้เก็บเอาไว้ ยังไม่ได้ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน ต่อมาโรงพยาบาลได้ส่งมอบคืนให้กับผู้เสียหายภายหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาล แต่ผู้เสียหายก็ยังไม่ได้นำมามอบให้ทางพนักงานสอบสวน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปรับและนำมาตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ประกอบสำนวน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และได้ขอหมายจับนายเมธีแล้วใน 3 ข้อหาประกอบด้วย ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ส่วนประเด็นเรื่องของโทรศัพท์ที่พบอยู่กับตัวนายเมธีอยู่ระหว่างการสอบพยานเพิ่มเติม หากพบการกระทำความผิดจะได้แจ้งข้อหาชิงทรัพย์เพิ่มอีก 1 ข้อหา
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนต้องขออภัยผู้เสียหายที่บกพร่องเรื่องการสื่อสารความคืบหน้าของคดีให้กับผู้เสียหายทราบ จนทำให้เกิดการเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ดำเนินการ ปล่อยปะละเลยให้เนิ่นนานถึง 2 เดือน ตนยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการติดตามผู้ก่อเหตุ และให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายในคดีนี้ อย่างเต็มที่แล้ว


