xs
xsm
sm
md
lg

เลขาฯ มูลนิธิสืบฯ แจง สส.จันทบุรี ยันไม่เคยค้านอ่างคลองวังโตนด แค่เสนอให้ลดขนาดเลี่ยงบ้านสัตว์ป่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เลขาฯ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ตอบคำถาม สส.จันทบุรี หลังถูกถามมูลนิธิฯ และกลุ่ม NGO ช่วยอะไรชาวสวนช่วงภัยแล้ง ยืนยันไม่เคยคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด แต่เสนอให้ลดขนาดอ่างเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ป่าและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่า พร้อมตั้งข้อสังเกตข้อมูล EHIA ยังมีข้อกังขา จึงใช้สิทธิทางศาลปกครอง

วันนี้ ( 12 ส.ค.) นางสาวอรยุพา สังขะมาน เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Ornyupa Sangkamarn” ตอบคำถาม พล.ต.ท.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ สส.จันทบุรี พรรคภูมิใจไทย ซึ่งให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา กรณีตั้งคำถามถึงมูลนิธิสืบนาคะเสถียรและกลุ่ม NGO ว่า เมื่อชาวสวนจันทบุรีประสบปัญหาภัยแล้ง มูลนิธิฯ ไปอยู่ที่ไหนและช่วยเหลืออะไรชาวจันทบุรีบ้าง

นางสาวอรยุพาระบุว่า หน้าที่ช่วยประชาชนในการจัดสรรน้ำให้ทั่วถึงและเป็นธรรม ไม่น่าจะเป็นหน้าที่ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรและ NGO ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ส่วนประเด็นโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ยืนยันว่า ตั้งแต่จดหมายฉบับแรกจนถึงฉบับก่อนการฟ้องคดี มูลนิธิสืบฯ ไม่เคยเสนอให้ยกเลิกการก่อสร้าง แต่เสนอให้ลดขนาดอ่างเก็บน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น ขณะเดียวกันประชาชนยังสามารถมีน้ำใช้ได้ตามสมควร

“เราเข้าใจว่าน้ำคือสิ่งจำเป็น แต่อ่างเก็บน้ำที่จะเกิดขึ้นก็ไม่ควรทำลายต้นทุนทางธรรมชาติด้วยเช่นกัน” นางสาวอรยุพาระบุ พร้อมกล่าวว่า เมื่อมูลนิธิสืบฯ เดินหน้าใช้สิทธิทางศาลแล้ว จะไม่พูดถึงข้อเสนอเรื่องการลดขนาดอ่างเก็บน้ำอีก

เลขาธิการมูลนิธิสืบฯ ยังตั้งข้อสังเกตถึงสถานการณ์พื้นที่ป่าของไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาครัฐมีเป้าหมายให้ประเทศมีพื้นที่ป่าตามสัดส่วนที่กำหนด แต่ในทางปฏิบัติกลับมีโครงการที่ส่งผลกระทบต่อป่าธรรมชาติ พร้อมตั้งคำถามว่า ประเทศไทยยังสามารถบริหารจัดการน้ำด้วยแนวทางเดิม ภายใต้ปัญหาสิ่งแวดล้อมรูปแบบใหม่ได้หรือไม่

สำหรับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA นางสาวอรยุพาระบุว่า กลุ่มนักวิชาการด้านป่าไม้ สัตว์ป่า เศรษฐศาสตร์ และเครือข่ายอนุรักษ์ที่ร่วมกันพิจารณารายงาน พบหลายประเด็นที่ยังมีข้อกังขาและตั้งคำถามถึงความถูกต้องของข้อมูล จึงคัดค้านการเห็นชอบรายงานดังกล่าว และเห็นควรใช้สิทธิฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอเพิกถอนมติที่เกี่ยวข้อง

โดยให้เหตุผลว่า ประเทศไม่ควรเดินหน้าพัฒนาด้วยข้อมูลพื้นฐานที่ยังมีข้อท้วงติง เนื่องจากหากข้อมูลพื้นฐานถูกตั้งคำถามหรือมีข้อโต้แย้ง อาจนำไปสู่การประเมินมูลค่าผลกระทบที่คลาดเคลื่อน และมาตรการลดผลกระทบที่ระบุไว้ในรายงานอาจไม่สามารถปฏิบัติได้จริง

นอกจากนี้ ยังฝากคำถามไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ได้ทำหน้าที่ภายใต้ภารกิจของหน่วยงานอย่างเต็มที่แล้วหรือไม่ โดยระบุว่า หากโครงการอ่างเก็บน้ำเกิดขึ้น พื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นกว่า 6,000 ไร่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงเป็นพื้นที่ถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าและแนวเชื่อมต่อทางธรรมชาติ

นางสาวอรยุพายังระบุว่า หากสามารถรักษาผืนป่าดังกล่าวไว้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนเพื่อปลูกป่าเพิ่มเติมหรือสร้างทางเชื่อมต่อสำหรับสัตว์ป่า พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของไทยว่า หากโครงการต่างๆ เดินหน้าแล้วควรมีมาตรการลดผลกระทบที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่ปัจจุบันกลับเกิดการประท้วงและคัดค้านโครงการจำนวนมาก รวมถึงการใช้สิทธิทางศาล

ทั้งนี้ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียรยืนยันว่า การคัดค้านดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล แต่เป็นความพยายามในการใช้ข้อมูลและเหตุผลเพื่อให้เกิดการพัฒนาโดยคำนึงถึงทั้งความต้องการใช้น้ำและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไป