ศูนย์ข่าวขอนแก่น-วงการคณะสงฆ์ธรรมยุตและพุทธศาสนิกชนชาวขอนแก่นร่วมแสดงความอาลัย ต่อการละสังขารอย่างสงบของ “พระพรหมวชิรดิลก” (สมาน สุเมโธ อุบลพิทักษ์ ป.ธ.9) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง เมื่อเวลา 00.00 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 สิริอายุ 80 ปี 60 พรรษา
มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ หลวงปู่พระพรหมวชิรดิลก ได้เข้ารับการรักษาอาการอาพาธ ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีคณะแพทย์ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด จากภาวะติดเชื้อในช่องท้องอันเนื่องมาจากโรคตับแข็ง ร่วมกับภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและไตวาย ทำให้อาการทรุดลงตามลำดับ
กระทั่งวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569 คณะแพทย์ร่วมกับทีมศูนย์การุณรักษ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้พิจารณาอนุมัติให้องค์หลวงปู่กลับมาพักธาตุขันธ์ ณ วัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง ตามเจตนารมณ์ที่องค์หลวงปู่ได้เคยปรารภไว้ โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลติดตามดูแลถวายการจัดการอาการปวดและอึดอัดด้วยเครื่องให้ยาชั้นใต้ผิวหนังอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งท่านได้ละสังขารอย่างสงบในที่สุด
อนึ่ง ก่อนการเคลื่อนย้ายองค์หลวงปู่กลับวัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เชิญผ้าไตรและสังฆทานพระราชทานไปถวายแด่พระพรหมวชิรดิลก ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ชาติภูมิและเส้นทางในร่มกาสาวพัสตร์ พระพรหมวชิรดิลก มีนามเดิมว่า สมาน อุบลพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2488 ณ บ้านเลิงเปือย (แอวมอง) ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นบุตรของนายไหล และนางอ่อน อุบลพิทักษ์
ท่านเป็นชาวขอนแก่นโดยกำเนิดที่เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ด้วยการบรรพชาและอุปสมบท ณ วัดศรีจันทร์ อ.เมืองขอนแก่น ด้วยความมุ่งมั่นในพระปริยัติธรรม ท่านสามารถสอบได้ เปรียญธรรม 9 ประโยค (ป.ธ.9) ซึ่งเป็นการศึกษาขั้นสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย เมื่อปี พ.ศ. 2517
ทั้งยังได้รับถวายปริญญาศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ นำความรู้ความสามารถมาอุทิศตนเป็นพระนักการศึกษา เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม และเป็นผู้บริหารการศึกษาของคณะสงฆ์เรื่อยมา
คุณูปการต่อพระพุทธศาสนาและแผ่นดินอีสาน ตลอดอายุกาลในสมณเพศ พระพรหมวชิรดิลกดำรงตำแหน่งปกครองสำคัญมากมาย อาทิ เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ, เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น (ธรรมยุต), เจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต), ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) และพระอุปัชฌาย์วิสามัญ
ท่านได้อุทิศชีวิตพัฒนาวัดป่าแสงอรุณจนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “พระอารามหลวง” รวมทั้งเป็นเสาหลักในการเผยแผ่พระธรรม ทำนุบำรุงศาสนสถาน และปกครองคณะสงฆ์ด้วยสมณวัตรอันงดงาม เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม เป็นที่เคารพรักและศรัทธาของพระภิกษุ สามเณร และศิษยานุศิษย์ทั่วทั้งภาคอีสาน
การมรณภาพของพระพรหมวชิรดิลก จึงนับเป็นการสูญเสียพระมหาเถระผู้ทรงคุณวุฒิและเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรสำคัญของคณะสงฆ์ธรรมยุต แต่คุณงามความดีและแบบอย่างการปฏิบัติธรรมของท่าน จะยังคงจารึกไว้ในใจของพุทธศาสนิกชนสืบไป.


