กาญจนบุรี – เปิดภารกิจ 3 เจ้าหน้าอุทยานทองผาภูมิ ขาดการติดต่อระหว่างลาดตระเวนป้องกันการลักลอบขุดดินร่อนแร่ทองคำในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ เหตุสัญญาณโทรศัพท์ไม่ครอบคลุม ล่าสุดระดมกำลัง 45 นายค้นหา พบตัวทั้ง 3 คนแล้ว สุขภาพแข็งแรงดี
วันนี้ ( 12 ส.ค.) นายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อมด้วย พ.อ.สรายุทธ์ ศรลัมภ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ นายอากรชัย อวยพรชัยรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 หน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ รวม 45 นาย ระดมกำลังค้นหาเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยาน 3 นาย ที่ขาดการติดต่อระหว่างปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่สามารถพบตัวทั้ง 3 นาย ได้แก่ นายสมชาย สันทัด อายุ 44 ปี บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 (เขาเย็น) นายพรภวิษย์ ฉิมพลี อายุ 31 ปี และนายพาจือ สังขละวิกูล อายุ 29 ปี พนักงานจ้างเหมาประจำหน่วยเดียวกัน โดยทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัย
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว นายราชันย์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ทภ.8 จำนวน 6 นาย มีกำหนดออกลาดตระเวนระหว่างวันที่ 5–10 ส.ค. 2569 ในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ โดยเฉพาะการลักลอบขุดดินและร่อนแร่ทองคำในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
กระทั่งวันที่ 8 ส.ค. เจ้าหน้าที่ 3 นาย คือ นายสมชาย นายพรภวิษย์ และนายพาจือ ได้แยกออกจากชุดลาดตระเวน เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณห้วยเกริงแกละ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู โดยมีเป้เสบียงและอาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอกติดตัว และมีแผนลาดตระเวนบริเวณแปลงคดีลักลอบขุดดินเพื่อร่อนแร่ทองคำ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดสกัดประมาณ 3 กิโลเมตร พร้อมพักค้างแรมในป่าอย่างน้อย 1 คืน
เวลาประมาณ 18.00 น. นายสมชายแจ้งว่าจะเดินเท้าลาดตระเวนตามลำห้วยสะมอท้อ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถออกไปยังหมู่บ้านปิล๊อกคี่ได้ และนัดหมายว่าจะกลับมาพบกันที่หมู่บ้านภายใน 2–3 วัน
ต่อมาวันที่ 9 ส.ค. เวลา 10.27 น. นายสมชายสามารถติดต่อหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ฯ เขาเย็น แจ้งว่าต้องการถ่านสำหรับอุปกรณ์ GPS และขอให้ฝากมากับชุดลาดตระเวนชุดถัดไปที่จะขึ้นไปยังจุดสกัดป่าหมาก-ยาพู พร้อมระบุว่ากำลังเดินลาดตระเวนเก็บข้อมูลให้ครอบคลุมพื้นที่ โดยขณะนั้นอยู่บริเวณสันเขา ห่างจากจุดสกัดประมาณ 3 กิโลเมตร และจะพักค้างคืนในพื้นที่
จากนั้นเวลา 11.59 น. นายสมชายส่งข้อความแจ้งอีกครั้งว่า พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ลักลอบเข้ามาขุดแร่ทองคำในพื้นที่ โดยพบเพียงเสบียง แต่ไม่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ และระบุว่ากลุ่มดังกล่าวมีประมาณ 8 คน
หลังจากการติดต่อครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก ทำให้หน่วยงานต้องเร่งระดมกำลังเข้าตรวจสอบและค้นหา เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าภูเขาสลับซับซ้อน มีลำห้วยและหุบเขาจำนวนมาก อีกทั้งสัญญาณโทรศัพท์สามารถใช้งานได้เพียงบางจุดบริเวณสันเขา ขณะที่บริเวณลำห้วยและหุบเขาไม่สามารถรับสัญญาณได้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายมีวิทยุสื่อสารประจำตัว แต่เนื่องจากปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องหลายวัน ทำให้แบตเตอรี่หมด ประกอบกับโทรศัพท์ไม่สามารถใช้งานได้ จึงเป็นอุปสรรคสำคัญในการติดต่อและติดตามตำแหน่ง
ภารกิจค้นหายังเผชิญข้อจำกัดจากสภาพอากาศ โดยพื้นที่มีฝนตกและอากาศปิดต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถนำเฮลิคอปเตอร์เข้าลงจอดบริเวณจุดสกัดป่าหมาก-ยาพูได้ และสามารถลงจอดได้เพียงบริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์เขื่อนวชิราลงกรณ
เจ้าหน้าที่จึงจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ หรือ War Room ที่ฐานปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล๊อกคี่ เพื่อประสานการค้นหา โดยการเดินทางเข้าพื้นที่ต้องใช้เรือประมาณ 45 นาที จากนั้นเดินทางด้วยรถยนต์เข้าสู่หมู่บ้านปิล๊อกคี่อีกประมาณ 30 นาที ก่อนเดินเท้าเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ
กระทั่งช่วงสายวันนี้ ( 12 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาสามารถพบตัวเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นายได้อย่างปลอดภัย โดยทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรง ท่ามกลางความโล่งใจของผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน หลังระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 45 นายเร่งค้นหาท่ามกลางภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เป็นอุปสรรค
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดภารกิจและพื้นที่ที่พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 8 คน เพื่อดำเนินการป้องกันและปราบปรามการลักลอบขุดดินและร่อนแร่ทองคำในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิต่อไป


