ลำปาง – คืบหน้า..อดีต ผช.ผญบ.ลำปาง เมาแล้วขับกระบะชนเก๋งพุ่งกระแทกร่าง “น้องเต็มฝัน วัย 2 ขวบ ดับ-แม่เมย์ บาดเจ็บสาหัส ขา/ซี่โครงหัก” แถมมีรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุเสียหายอีก 2 ราย ศาลนัดไกล่เกลี่ยทางแพ่งรอบแรกไร้ผล “ลุงเดช”อ้างไม่มีเงิน-ไม่มีทรัพย์สินเยียวยา ด้านทนายขอแรงที่ศาลตั้งยันย้ำไปแล้ว ยังไงก็ต้องเยียวยา
กรณีเหตุสลด..ลุงเดช อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ตำบลพิชัย อ.เมืองลำปาง เมาแล้วขับกระบะพุ่งชนรถเก๋งที่อยู่ข้างทางก่อนที่รถเก๋งจะไถลตามแรงกระแทกพุ่งชน “น้องเติมฝัน” หนูน้อยวัย 2 ขวบเสียชีวิต-แม่เมย์ บาดเจ็บสาหัส กระดูกแข้งหัก 2 ท่อน ซี่โครงหัก 3 ซี่ ต้องนอนรักษาตัว จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถทำงานได้ ยังคงต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินและต้องทำกายภาพคาดจะต้องใช้เวลากว่าครึ่งปี ซึ่งอัยการส่งฟ้องศาลเมื่อวันที่ 6 ส.ค.69 โดยผู้ต้องหาประกันตัวไปด้วยวงเงินหนึ่งแสนบาท
วันนี้(11 ส.ค.) ศาลนัดคู่กรณีทั้งหมดพร้อมผู้ต้องหามาไกล่เกลี่ยทางแพ่งเกี่ยวกับค่าเสียหาย ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท ศาลจังหวัดลำปาง โดยนายเดช พร้อมทนายความขอแรง ที่ศาลได้แต่งตั้งให้ในวันนี้ คือนายพงษ์เทพ เรืองธรรม เนื่องจากนายเดชไม่มีทนายความ ส่วนผู้เสียหายมีแม่เมย์ พ่อดุ๊ก (พ่อและแม่ของน้องเติมฝัน) , นายสานิต(เจ้าของรถเก๋งขาว) และ นายณัฏพงษ์ (เจ้าของรถกระบะทึบ) พร้อมทนายกมล ถานน้อย เข้าร่วมพร้อมอัยการและศาล
หลังเสร็จสิ้นการไกล่เกลี่ย ผู้เสียหายได้เปิดเผยว่าการพูดคุยกันในวันนี้ไม่ได้อะไรเลยเพราะฝ่ายผู้ก่อเหตุ คือนายเดช อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอ้างว่าไม่มีเงิน-ไม่มีทรัพย์สิน ไม่สามารถที่จะเยียวยาได้ ส่วนหลังเกิดเหตุตอนแรกตั้งใจจะเข้าไปขอโทษแต่อ้างว่าถูกนักข่าวกดดันจึงไม่สามารถเข้าไปได้
จากการสอบถามว่าจะเยียวยาอย่างไร นายเดชบอกว่าตอนนี้ตนเองมีเงินในบัญชีเพียง3-4 หมื่นบาทเท่านั้น ส่วนเงินประกันตัวก็เป็นเงินของหลาน รถกระบะที่ชนในวันนั้นขณะนี้ได้ขายซากไปแล้วในราคา 35,000 บาท
ซึ่งผู้เสียหายมองว่านายเดชไม่ได้สำนึกผิดใดๆแต่ยังโทษคนอื่นนอกจากตัวเอง และยังไม่มีหวังว่าจะได้รับการเยียวยาใดๆจากนายเดช
ขณะที่นายพงษ์เทพ เรืองธรรม ทนายขอแรงที่ศาลแต่งตั้งให้มาช่วยในคดีของนายเดช เปิดเผยว่า เพิ่งทราบเมื่อเช้าวันนี้ว่าศาลแต่งตั้งให้ตนเป็นทนยขอแรงของนายเดช เนื่องจากนยเดชไม่มีทนาย และเพิ่งได้พบกับนายเดชเมื่อเช้า ซึ่งยังไม่ได้พูดคุยรายละเอียดใดๆมากนัก
แต่เบื้องต้นทางคดีอาญาถือว่ายุติแล้ว เจ้าตัวรับสารภาพตามข้อกล่าวหาทั้งงหมด ส่วนทางแพ่ง ขณะนี้ผู้เสียหายยังยื่นเอกสารไม่ครบอีก 1 ราย คือ เจ้าของรถกระบะ จึงขอให้ยื่นเอกสารให้ครบแล้วคุยกันอีกทีว่าจะเยียวยากันได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร
“ตนก็ได้อธิบายด้านข้อกฎหมายให้ฟังไปแล้ว เพราะศาลนัดอีกครั้งในวันที่ 21 ก.ย. ซึ่งก่อนจะถึงวันนัดตนเองได้บอกไปแล้วว่าต้องไปพูดคุยกับญาติพี่น้อง หาเงินมาหนึ่งก้อนเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย เพราะจริงๆแล้วมันต้องเยียวยาจะมากจะน้อยก็ต้องเยียวยา ส่วนขั้นตอนทางกฎหมายหากไม่เยียวยาจริงๆทางกฎหมายก็จะมีช่องทางอยู่แล้ว”
ขณะที่นายเดช วันนี้ได้มาศาลพร้อมญาติ 2 คนแต่เช้า และเข้าไปรอในห้องไกล่เกลี่ยก่อน หลังจากพูดคุยเสร็จทางผู้เสียหายและนักข่าวได้ออกมายืนรอนอกศาล เนื่องจากผู้เสียหายต้องการพูดคุยและซักถามอีกครั้ง แต่ปรากฏว่านายเดชยังไม่ออกมาจนเวลาผ่าน จึงให้ญาติขับรถขึ้นไปรอรับหน้าศาลก่อนจะรีบขึ้นรถออกจากศาลไปทันที


