ศูนย์ข่าวศรีราชา - “ธนกฤต” ผนึกกำลัง DSI ตำรวจสืบสวนภาค 2 และ ป.ป.ส.ภาค 2 ลงพื้นที่ห้วยใหญ่ รับเรื่องร้องทุกข์อดีตกำนันสมศรี รื้อคดี “ผู้ใหญ่ไก่” อดีตนายกฯ ห้วยใหญ่ ถูกลอบสังหารเมื่อ 19 ปีก่อน ขณะที่คดีใกล้หมดอายุความเหลือเพียงประมาณ 3 เดือน เตรียมขยายผลทั้งปมการเมืองท้องถิ่นและยาเสพติด พร้อมเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายผู้มีอิทธิพล ตั้งเป้าทำพื้นที่ห้วยใหญ่ให้เป็น “พื้นที่สีขาว”
เวลา 14.00 น. วันนี้( 10 ส.ค.) นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ พร้อมด้วย นายวรพงศ์ มีคุณเอี่ยม รองผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เรืออากาศตรีกิตติคม คงสมโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 นายสุรเดช ละเต๊ะซัน ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส.ภาค 2 และ พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภาค 2 ลงพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์และขอความเป็นธรรมจาก นางสมศรี อินทรสิงห์ อดีตกำนันตำบลห้วยใหญ่
โดยนางสมศรี ได้นำข้อมูลและเอกสารเกี่ยวกับคดีการลอบสังหารสามี คือ นายอานนท์ อินทรสิงห์ หรือ “ผู้ใหญ่ไก่” อายุ 49 ปี อดีตนายกเทศมนตรีตำบลห้วยใหญ่ ซึ่งถูกลอบสังหารเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 มามอบให้เจ้าหน้าที่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการสืบสวนสอบสวนและพิจารณารื้อฟื้นคดี
สำหรับคดีดังกล่าวในอดีต มีการตั้งประเด็นสังหารไว้ 2 แนวทาง ได้แก่ ความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่น และความขัดแย้งเกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องจากในช่วงเวลานั้น “ผู้ใหญ่ไก่” มีบทบาทในการต่อต้านและประกาศเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังในพื้นที่
การหารือครั้งนี้ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง โดยนางสมศรีได้มอบรายชื่อบุคคลต้องสงสัยและผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีให้เจ้าหน้าที่ เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการตรวจสอบข้อเท็จจริง แม้คดีจะใกล้ครบกำหนดอายุความ โดยเหลือเวลาอีกประมาณ 3 เดือน
นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังระหว่าง DSI ตำรวจสืบสวนภาค 2 และ ป.ป.ส.ภาค 2 เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและคลี่คลายคดี โดยจะขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ใหญ่ไก่ ตลอดจนเส้นทางการเงินและเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
พร้อมยืนยันว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติดในพื้นที่ห้วยใหญ่อย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าหมายให้พื้นที่กลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน และจะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
“วันนี้ฟ้าเปิดแล้ว ผู้ใหญ่ไก่คงยิ้มได้ และกำนันสมศรีคงสบายใจขึ้น” นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าว พร้อมระบุว่า เอกสารและข้อมูลสำคัญที่ได้รับจากครอบครัวผู้เสียชีวิตจะถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เพื่อใช้ประกอบการสืบสวน โดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีจะต้องถูกตรวจสอบตามกระบวนการกฎหมาย
ขณะเดียวกัน นายกองตรี ดร.ธนกฤต ฝากถึงประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติดหรือเครือข่ายผู้กระทำผิด และกังวลเรื่องความปลอดภัย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ
ด้าน นายวรพงศ์ มีคุณเอี่ยม รองผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม DSI กล่าวว่า ยอมรับว่าคดีผู้ใหญ่ไก่มีเวลาจำกัดในการสืบสวนสอบสวน เนื่องจากใกล้ครบอายุความ แต่ DSI จะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ พร้อมลงพื้นที่สืบสวนคดีภายในสัปดาห์นี้ทันที
ส่วน นายสุรเดช ละเต๊ะซัน ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส.ภาค 2 กล่าวว่า ป.ป.ส.จะบูรณาการกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่แพร่ระบาดของยาเสพติด พร้อมสืบสวนขยายผลโดยใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง รวมถึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับครอบครัวของนางสมศรี
ทั้งนี้ ปัจจุบันการร้องเรียนปัญหายาเสพติดในพื้นที่ห้วยใหญ่ยังมีไม่มาก จึงขอให้ประชาชนที่พบเห็นเบาะแสสามารถแจ้งข้อมูลต่อ ป.ป.ส.ได้โดยตรง โดยที่ผ่านมา พื้นที่หนองปรือมีสถิติการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดอยู่ในระดับสูง
ภายหลังรับเรื่องร้องทุกข์ นายกองตรี ดร.ธนกฤต พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่จุดหนึ่งใน ต.ห้วยใหญ่ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ซอยยาบ้า” เพื่อพูดคุยรับฟังข้อมูลจากประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดและบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง โดยข้อมูลทั้งหมดจะนำไปประกอบการวางแนวทางสืบสวนและปฏิบัติการกวาดล้างในพื้นที่ต่อไป
การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคงและกระบวนการยุติธรรม เพื่อเร่งคลี่คลายคดี “ผู้ใหญ่ไก่” ที่ค้างคามานานเกือบ 2 ทศวรรษ ควบคู่กับการจัดการปัญหายาเสพติดและเครือข่ายอิทธิพลในพื้นที่ห้วยใหญ่อย่างเป็นรูปธรรม


