ปราจีนบุรี – ชาวบ้านหมู่ 7 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ร้องเรียนได้รับผลกระทบและหวั่นกิจการคัดแยก บดย่อยเศษโลหะ สายไฟ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชน ด้านผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ พบสถานประกอบการเข้าข่ายตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต สั่งระงับทันที พร้อมยึด-อายัดเครื่องจักรและวัสดุที่เกี่ยวข้อง เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประชาชนในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ร้องเรียนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการของสถานประกอบการแห่งหนึ่ง ซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับการคัดแยก บดย่อย และอัดเศษโลหะ สายไฟ รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยชาวบ้านมีความกังวลถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ
ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียน เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีได้สั่งการให้อำเภอศรีมหาโพธิ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและตรวจสอบว่าการประกอบกิจการเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
นอกจากประเด็นการประกอบกิจการโรงงานแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบสถานะของพื้นที่ เนื่องจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี แจ้งข้อมูลว่า พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแควระบมและป่าสียัด ทำให้ต้องตรวจสอบทั้งเรื่องการใช้ประโยชน์ในพื้นที่และเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้อง
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าสถานประกอบการดังกล่าวดำเนินกิจการคัดแยก บดย่อย และอัดเศษโลหะ สายไฟ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีลักษณะเข้าข่ายเป็นการตั้งและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
เจ้าหน้าที่จึงมีคำสั่งให้ ระงับการประกอบกิจการทันที พร้อมดำเนินการยึดและอายัดวัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งของภายในสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรียังสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเอกสารสิทธิและความถูกต้องของการใช้ประโยชน์ที่ดิน หากพบว่ามีการบุกรุก ใช้ประโยชน์ในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีการใช้เอกสารโดยมิชอบ ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
จังหวัดปราจีนบุรีระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้มุ่งแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชน ควบคู่กับการตรวจสอบการประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะกิจการที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลการดำเนินคดีและตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว


