xs
xsm
sm
md
lg

หวิดม้วย! วัยรุ่นยกพวกไล่ยิงกัน กระสุนเฉี่ยวคอลุงวัย 63 โชคดีเจ็บเล็กน้อย ยอมให้ผู้ปกครองพาเด็กขอขมา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายทองดา คำพันธ์ ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคอ จากเหตุวัยรุ่นซิ่งมอเตอร์ไซค์ ไล่ยิงกัน
อุดรธานี-วัยรุ่นบ้านหนองวัวซอ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ไล่ยิงอริ กระสุนพลาดเป้าถูกลุงวัย 63 ปี ขณะนั่งพักผ่อนหน้าบ้าน บาดเจ็บบริเวณลำคอ เคราะห์ดีเจ็บเล็กน้อย ผู้บาดเจ็บไม่ติดใจเอาความ ยอมให้ผู้ปกครองพาเด็กเข้าขอขมาและทำพิธีผูกแขนตามประเพณีท้องถิ่น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาท ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ยิงกัน เข้าไปในชุมชนบ้านหนองวัวซอ ตำบลหนองวัวซอ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี โดยขณะไล่ยิงกันนั้น พบว่านายทองดา คำพันธ์ หรือ “แอร์” อายุ 63 ปี ที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่บริเวณหน้าบ้าน ทำให้ทองดา ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคอ กระสุนหรือเศษวัสดุจากกระสุนถากเข้าบริเวณลำคอและไหปลาร้าของนายทองดา ทำให้ได้รับบาดเจ็บ แม้บาดแผลจะไม่ลึกไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่แรงกระแทกทำให้มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง

ข้อมูลเบื้องต้น พบว่ากลุ่มเยาวชนที่เกี่ยวข้องมีอายุประมาณ 14–15 ปี และยังอยู่ในวัยเรียนระดับชั้น ม.2–ม.3 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็น ปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ โดยตำรวจอยู่ระหว่างแยกแยะพฤติการณ์ของเยาวชนแต่ละรายว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อย่างไร

ล่าสุดวันนี้ ( 9 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณบ้านหนองวัวซอ พูดคุยกับผู้บาดเจ็บ โดยพบว่าเหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพักของนายทองดา ซึ่งเจ้าตัว เล่านาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังนั่งพักผ่อนอยู่หน้าบ้านกับน้องสาว จู่ๆ ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขี่ไล่กันเข้ามา ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น กระทั่งรู้สึกว่าบริเวณลำคอได้รับบาดเจ็บ จึงพบว่าตัวเองถูกกระสุนหรือเศษวัสดุจากกระสุนถากได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุ ผู้ปกครองเยาวชนที่เกี่ยวข้อง ได้พาลูกหลานเข้าพบนายทองดาและนางเสริม เพื่อขอขมาแสดงความรับผิดชอบ พร้อมทำพิธีผูกแขนทำขวัญตามประเพณีท้องถิ่น




ทั้งนี้นายทองดาและครอบครัวตัดสินใจ ไม่ติดใจเอาความ เนื่องจากเห็นว่าผู้ก่อเหตุยังเป็นเด็กและเยาวชน อีกทั้งเป็นคนในพื้นที่เดียวกัน จึงยอมให้อภัยและขอให้เรื่องจบลงด้วยการขอขมาและผูกแขนทำขวัญเมื่อเช้า พร้อมตักเตือนให้เด็กๆ ได้ตระหนักถึงผลกระทบจากการกระทำของตนเอง

อย่างไรก็ตามตำรวจเจ้าของคดี บอกว่าแม้ผู้บาดเจ็บจะไม่ติดใจเอาความ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวยังมีประเด็นเกี่ยวกับความผิดตามกฎหมายอาวุธปืน ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอน โดยเฉพาะกรณีผู้ก่อเหตุเป็นเด็กและเยาวชน


เบื้องต้นตำรวจนัดผู้เสียหายเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน และประสานผู้ปกครองให้นำตัวเยาวชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อแยกแยะพฤติการณ์ของแต่ละราย ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องในลักษณะใด ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกรอบกฎหมายเด็กและเยาวชน

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญของความคึกคะนองเยาวชน เพราะการนำอาวุธปืนมาใช้ไล่ยิงกัน แม้มีเป้าหมายเป็นคู่กรณี แต่เพียงกระสุนนัดเดียวก็สามารถพลาดไปถูกชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ และนำไปสู่เหตุร้ายแรงที่ไม่มีใครคาดคิด