ศูนย์ข่าวศรีราชา – หลัง ครม.อนุมัติงบ 7,200 ล้านบาท เดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จ.จันทบุรี ประเด็นถกเถียงระหว่าง "ความมั่นคงด้านน้ำ" กับ "การอนุรักษ์ผืนป่า" กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของระบบนิเวศและแหล่งอาศัยของช้างป่าภาคตะวันออก
อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 73,836 ไร่ หรือราว 118 ตารางกิโลเมตร แม้จะเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับผืนป่าภาคตะวันออก แต่มีความสำคัญในฐานะ "พื้นที่เชื่อมต่อ" ระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จังหวัดฉะเชิงเทรา กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ทำหน้าที่เป็น Wildlife Corridor หรือทางเชื่อมการเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่าระหว่างผืนป่าทั้งสองแห่ง
นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่า หากพื้นที่ดังกล่าวถูกแบ่งแยกหรือสูญเสียไป จะส่งผลให้การเคลื่อนย้ายและการแลกเปลี่ยนพันธุกรรมของสัตว์ป่าถูกตัดขาด กระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระยะยาว
บ้านของช้างป่าและสัตว์หายาก
ข้อมูลการสำรวจพบว่า อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นเป็นถิ่นอาศัยของช้างป่าประมาณ 60 ตัว โดยสามารถจำแนกอัตลักษณ์ได้แล้ว 49 ตัว ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่บริเวณป่าวังโตนด เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ของพืชอาหาร
นอกจากนี้ ยังพบพืชอาหารช้างมากถึง 182 ชนิด จาก 54 วงศ์ โดยเฉพาะพืชในวงศ์ถั่ว เช่น มะค่าโมง ประดงเลือด และสะตอป่า ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญ ส่งผลให้ในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีปัญหาช้างออกนอกป่าค่อนข้างน้อย
ขณะเดียวกัน ป่าแห่งนี้ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหายากหลายชนิด อาทิ ช้างป่า กระทิง วัวแดง กวางป่า เก้ง เสือโคร่ง เสือลายเมฆ หมี รวมถึงนกที่ต้องอาศัยป่าสมบูรณ์ เช่น นกเงือก นกกระสาคอขาว และไก่ฟ้าพญาลอ
ต้นน้ำสำคัญของภาคตะวันออก
นอกจากความสำคัญด้านสัตว์ป่าแล้ว อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของ คลองวังโตนด และลำคลองสาขาอีกหลายสาย ได้แก่ คลองดินสอ คลองไทร คลองคต คลองอีเกก คลองน้ำเป็น คลองสะบ้า และคลองยาง
พื้นที่แห่งนี้มีปริมาณฝนเฉลี่ยกว่า 3,000 มิลลิเมตรต่อปี ทำให้ป่าทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำธรรมชาติ ช่วยดูดซับน้ำฝน กักเก็บความชื้น และค่อย ๆ ปล่อยน้ำลงสู่พื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดจันทบุรีและระยอง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
ประเด็นที่นักอนุรักษ์กังวล
ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติกรอบงบประมาณโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด วงเงิน 7,200 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินงาน 7 ปี (2570-2576) มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ออกมาแสดงความกังวลว่า แม้เอกสารของรัฐบาลจะระบุถึงประโยชน์ของโครงการ ทั้งด้านการเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน การรองรับพื้นที่ชลประทานกว่า 87,700 ไร่ การสนับสนุนพื้นที่ EEC และการบรรเทาอุทกภัย แต่กลับไม่มีการกล่าวถึงพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ
องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมมองว่า พื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งหากินและเส้นทางเคลื่อนย้ายของสัตว์ป่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความสมบูรณ์ของผืนป่าตะวันออก
อย่างไรก็ตาม แม้คณะรัฐมนตรีจะมีมติอนุมัติกรอบการดำเนินโครงการแล้ว แต่ยังไม่สามารถเริ่มก่อสร้างได้ทันที เนื่องจากยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายหลายประการ โดยเฉพาะการขอใช้หรือเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้กำหนดเงื่อนไขให้กรมชลประทานทบทวนรายละเอียดโครงการ และปรับลดพื้นที่ใช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
"ชัยวัฒน์" ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบอธิบดีกรมอุทยานฯ
ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยเห็นว่าการไม่คัดค้านโครงการ ทั้งที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับข้อมูลในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ขณะเดียวกัน มูลนิธิสืบนาคะเสถียรได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอเพิกถอนรายงาน EHIA ของโครงการ โดยให้เหตุผลว่าข้อมูลบางส่วนอาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ แม้ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา เนื่องจากเห็นว่าในขณะนั้นโครงการยังไม่ถึงขั้นมีคำสั่งทางปกครองที่สามารถฟ้องร้องได้ แต่ทางมูลนิธิฯ ระบุว่าจะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
“สุชาติ” ชี้อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดต้องมองรอบด้าน ทั้งประโยชน์-ผลกระทบ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่ากากระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้าน จึงต้องพิจารณาทั้งประโยชน์และผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะความจำเป็นด้านน้ำของภาคเกษตรจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีสวนผลไม้จำนวนมาก ทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง หากสามารถกักเก็บน้ำในฤดูฝนไว้ใช้ช่วงแล้งได้ จะช่วยลดปัญหาขาดแคลนน้ำและเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำเพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วม
ส่วนข้อกังวลเรื่องพื้นที่ป่าและสัตว์ป่า นายสุชาติย้ำว่า ต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและกำหนดมาตรการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงจัดการพื้นที่อยู่อาศัย น้ำ และอาหารสำหรับสัตว์ป่าอย่างเหมาะสม พร้อมขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยทุกขั้นตอนของโครงการต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากผ่าน EHIA แล้ว จึงเดินหน้าตามขั้นตอนด้านงบประมาณและพื้นที่ต่อไป
ปัจจุบัน โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับภาคตะวันออกและพื้นที่ EEC กับการรักษาผืนป่าอนุรักษ์ซึ่งมีคุณค่าต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ ท้ายที่สุดแล้ว ทั้ง "น้ำ" และ "ป่า" ต่างเป็นทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศไม่ต่างกัน


