xs
xsm
sm
md
lg

รายงาน(ตอน2) : นับถอยหลัง “มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569” เดิมพันอนาคตเมือง สู่เวทีโลก พร้อมสร้างมรดกแห่งอีสาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี- ภาคธุรกิจที่พักโรงแรมพร้อมเต็มร้อยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 3.6 ล้านคน เดินทางเข้าร่วม “มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569”ตลอด 4 เดือน มีห้องพักรองรับกว่า 9,000 ห้อง ยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และ การบริการ ขณะที่บุคลากรได้รับการพัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศคอยดูแลนักท่องเที่ยวหลายสัญชาติ ยันไม่มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาห้องพักเกินความเหมาะสม


การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี 2569 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวครั้งใหญ่ ดึงดูดนักเดินทางทั้งไทยและต่างชาติกว่า 3.6 ล้านคน พร้อมยกระดับจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมอีสาน สร้างรายได้ให้ชุมชน และกระจายตัวเลขเศรษฐกิจสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน

นายสุทัศน์ แพรสุรินทร์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะหลั่งไหลเข้ามาในช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 จำนวนมากว่า 3.6 ล้านคน ปัจจุบันจังหวัดอุดรธานีมีห้องพักมากกว่า 9,000 ห้อง เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเจ้าของที่พักโรงแรมแต่ละแห่ง ได้เร่งยกระดับมาตรฐานโรงแรมในทุกด้าน ทั้งการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเข้าร่วมโครงการ STAR ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ขณะที่โรงแรมส่วนใหญ่ยังผ่านการรับรองมาตรฐาน SHA และ SHA Plus ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19


นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย อุปกรณ์ด้านความปลอดภัย และร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนจัดอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ให้แก่พนักงาน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ด้านการพัฒนาบุคลากร สมาคมฯ ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือ TCEB จัดอบรมทักษะการสื่อสารภาษาต่างประเทศ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาเวียดนาม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากนักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว ซึ่งเป็นตลาดหลักของจังหวัด

นายกสมาคมโรงแรมไทยฯ ยืนยันว่า ผู้ประกอบการทุกรายให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว โดยจะไม่มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาห้องพักเกินความเหมาะสม หรือกำหนดเงื่อนไขบังคับเข้าพักหลายคืน พร้อมยึดหลักการให้บริการที่มีคุณภาพและคุ้มค่ากับราคา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้จังหวัดอุดรธานี

สำหรับการรองรับนักท่องเที่ยว โรงแรมในจังหวัดมีความหลากหลาย ทั้งโรงแรมระดับหรู โรงแรมบูทีค โรงแรมเพื่อการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และโรงแรมในย่านธุรกิจ สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทั้งครอบครัว ผู้สูงอายุ นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ


ส่วนการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง จังหวัดได้เตรียมระบบ Park & Ride โดยใช้พื้นที่โรงแรมขนาดใหญ่เป็นจุดจอดรถ หนึ่งในนั้นคือโรงแรมเจริญโฮเต็ล เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถนำรถมาจอดและใช้บริการรถรับ-ส่งสาธารณะเข้าสู่พื้นที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ช่วยลดปัญหาการจราจรและเพิ่มความสะดวกในการเดินทางตลอดช่วงการจัดงาน


เตรียมอาสาสมัคร 300 คน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวทั้งจังหวัด

ด้านนางณัฏฐ์ชุดา นันทนิ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดเตรียมอาสาสมัครและผู้ประสานงานไว้เกือบ 300 คน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้แทนจากต่างประเทศ พร้อมยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว และจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น

นอกจากนี้ ยังเตรียมระบบ Park & Ride เชื่อมพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่เข้าสู่พื้นที่จัดงานเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางมาเข้าชมงาน ลดปัญหาการจราจร พร้อมจับมือภาคเอกชนจัดกิจกรรม Lotus Plus Run เมืองพฤกษา 2026 ในวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เพื่อสร้างกระแสก่อนเปิดงาน โดยมีมาสคอต "น้องวาปี กุมภะ" เป็นสัญลักษณ์ประจำมหกรรมพืชสวนโลก


ครม.อนุมัติงบเพิ่ม 250 ล้านบาท เดินหน้าเต็มกำลัง

นายศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า การผลักดันมหกรรมพืชสวนโลกเกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่าย โดยมีนายวิเชียร ขาวขำ อดีตนายก อบจ.อุดรธานี และนายวัฒนา พุฒิชาติ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นกำลังสำคัญในการผลักดันจนจังหวัดได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนดำเนินโครงการจริง พบว่างบประมาณเดิมราว 2,500 ล้านบาท ไม่เพียงพอต่อการก่อสร้างอาคาร ปรับปรุงภูมิทัศน์ ระบบสาธารณูปโภค และการบริหารจัดการ จึงมีการเสนอของบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาล ล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 250 ล้านบาท ส่งผลให้การก่อสร้างและการเตรียมงานสามารถเดินหน้าได้เต็มศักยภาพ และสร้างความมั่นใจว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จทันกำหนด เพื่อเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569