ศูนย์ข่าวศรีราชา - บช.ปส. เปิดปฏิบัติการ “คืนความปลอดภัยให้ชุมชน พื้นที่จังหวัดชลบุรี” ระดมกำลังกว่า 300 นาย ปิดล้อมตรวจค้น 20 จุดทั่วตำบลห้วยใหญ่ บางละมุง กวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดและกลุ่มอาชญากรรมในพื้นที่ หลังการสืบสวนพบยังมีกลุ่มผู้ค้ายาและผู้พ้นโทษที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเคลื่อนไหวต่อเนื่อง สร้างความวิตกให้กับประชาชนและกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
วันนี้ ( 7 ส.ค.) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ร่วมปล่อยแถวเปิดปฏิบัติการ “คืนความปลอดภัยให้ชุมชน พื้นที่จังหวัดชลบุรี” ในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยระดมกำลังตำรวจในสังกัด บช.ปส.จากทั่วประเทศ และชุดปฏิบัติการพิเศษ “สยบไพรี” รวมกว่า 300 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ 20 จุด
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ โดยมุ่งกวาดล้างทั้งผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ค้ารายย่อย และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
ผลการปฏิบัติในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายย่อยได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้า ยาไอซ์ และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ก่อนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง
พล.ต.ท.อาชยน เปิดเผยว่า บช.ปส.ติดตามขยายผลเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดภาคตะวันออกมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 โดยพบเส้นทางลำเลียงจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนพักยาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง แล้วกระจายเข้าสู่จังหวัดภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี
ที่ผ่านมา บช.ปส.สามารถสกัดจับเครือข่ายดังกล่าวได้แล้ว 6 คดี จับกุมผู้ต้องหา 16 คน ยึดยาบ้ากว่า 20 ล้านเม็ด และยาไอซ์กว่า 3.3 ตัน ตัดวงจรการลำเลียงยาเสพติดก่อนเข้าสู่พื้นที่ภาคตะวันออกได้จำนวนมาก
จากการสืบสวนยังพบว่า พื้นที่ตำบลห้วยใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงยังมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดระดับกลางและรายย่อย รวมถึงผู้พ้นโทษที่ยังมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และบางส่วนมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรม จึงต้องเร่งเปิดปฏิบัติการกดดันและกวาดล้างอย่างจริงจัง
การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่พื้นที่ห้วยใหญ่อยู่ในความสนใจของสังคม ภายหลังเกิดคดีฆาตกรรมอำพรางศพ 5 ศพ ซึ่งตำรวจระบุว่าผู้ต้องหาบางรายมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเป็นผู้พ้นโทษ ทำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดและกลุ่มอาชญากรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการดำเนินการที่เชื่อมโยงกับคดีดังกล่าวโดยตรง
ผบช.ปส. ยืนยันว่า จะบูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจภูธรในพื้นที่ เดินหน้าสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยให้เครือข่ายยาเสพติดมีที่ยืนในสังคม พร้อมส่งคืนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง


