ศูนย์ข่าวขอนแก่น-ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา คนขับรถบัสคณะพยาบาลศาสตร์ มข. ซิ่งชน “น้องอาย” นศ.แพทย์ ชั้นปีที่ 2 เสียชีวิตคาที่เมื่อ 4 ปีก่อน ด้านคุณแม่เปิดใจน้อมรับคำตัดสิน พร้อมเดินเข้าหาขออโหสิกรรมคู่กรณี ชี้ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียกับใครอีก หวังคดีนี้กระตุกเตือนใจคนใช้รถใช้ถนน ส่วนคดีแพ่ง ศาลอุทธรณ์สั่ง มข. ชดใช้พ่อแม่รวม 18 ล้านบาท อยู่ระหว่างรอฟังผลขออนุญาตฎีกา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (6 ส.ค. 2569) ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น บัลลังก์ 9 ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ คดีที่ น.ส.อรุณนภา วัฒนพานิช หรือ “น้องอาย” นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ประสบอุบัติเหตุถูกรถบัสคณะพยาบาลศาสตร์ มข. เฉี่ยวชนจนเสียชีวิต บริเวณสามแยกหน้าคณะเภสัชศาสตร์ เหตุเกิดภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยเมื่อ 4 ปีก่อน
การเข้ารับฟังคำพิพากษาในวันนี้ นางนิตยา รุ่งสถิต อายุ 59 ปี มารดาของน้องอาย พร้อมด้วย นายรุจิวัฒน์ ศิรวงษ์วิชาญ ทนายความฝ่ายโจทก์ และคู่กรณีทุกฝ่าย ได้เดินทางมาติดตามฟังผลคดีกันอย่างพร้อมหน้า โดยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษานานกว่า 1 ชั่วโมง
สำหรับคดีในส่วนอาญา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ลงโทษจำคุกจำเลย (คนขับรถบัส) เป็นเวลา 4 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกจริง 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ
เหตุผลสำคัญเนื่องจากเห็นว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นมีความร้ายแรง ยิ่งเกิดเหตุในสถานศึกษาซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักศึกษา แม้จำเลยจะแสดงความสำนึกผิดและเคยบวชอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตมาแล้วก็ตาม แต่ไม่เพียงพอที่จะให้รอการลงโทษ
แม่ยอมอโหสิกรรมคู่กรณี - วอนอย่าความประมาท
ภายหลังฟังคำพิพากษา นางนิตยา รุ่งสถิต มารดาของน้องอาย พร้อมทนายความ ได้เปิดเผยด้วยน้ำเสียงเรียบสงบว่า ตนและครอบครัวเคารพคำพิพากษาของศาลฎีกา ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกสาวไม่เคยลบเลือน แต่สิ่งที่ตั้งใจทำมาตลอดคืออยากให้คดีนี้เป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อให้สังคมตระหนักถึงผลกระทบอันร้ายแรงจากความประมาท
"แม้น้องอายจะไม่มีโอกาสได้เป็นหมอรักษาคนตามที่ตั้งใจไว้แล้ว แต่หากการสูญเสียครั้งนี้ช่วยกระตุกเตือนใจให้คนเกิดความกลัวอุบัติเหตุ ไม่ขับรถประมาท และลดการบาดเจ็บเสียชีวิตในสังคมได้ ก็ถือว่าเกิดประโยชน์สูงสุด สิ่งที่ครอบครัวต้องการไม่ใช่แค่ความเป็นธรรม แต่ต้องการเปลี่ยนความคิดคนในสังคม ที่มักจะมองว่าจะทำอย่างไรให้รับโทษน้อยที่สุด ให้กลายเป็นความกลัวที่ไม่ให้เหตุเกิดขึ้น" นางนิตยากล่าว
นางนิตยา ยังเปิดเผยเรื่องราวสุดตื้นตันว่า หลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จ ตนได้เดินเข้าไปหาคนขับรถบัสคู่กรณีเพื่อพูดคุยและ "ขออโหสิกรรมต่อกัน" เพราะเชื่อว่าทุกครอบครัวต่างมีคนรัก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
คดีแพ่ง มข. จ่อฟัดต่อ - ศาลอุทธรณ์สั่งชดใช้พ่อแม่ 18 ล้าน
ด้าน นายรุจิวัฒน์ ศิรวงษ์วิชาญ ทนายความฝ่ายโจทก์ ได้ให้ข้อมูลถึงความคืบหน้าในส่วนของ คดีแพ่ง ว่า ครอบครัวของน้องอายได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 3 คือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งต่อมาศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชดใช้ค่าเสียหายแก่บิดาและมารดาของผู้เสียชีวิต รวมเป็นเงินคนละประมาณ 9 ล้านบาท (รวมราว 18 ล้านบาท)
ขณะนี้คดีแพ่งอยู่ระหว่างที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกา ซึ่งตามขั้นตอน หากศาลแจ้งเรื่องมา ทางฝ่ายโจทก์จะพิจารณาว่าจะคัดค้านหรือไม่ ก่อนที่ศาลจะพิจารณาว่าจะรับฎีกาหรือไม่ หากศาลไม่รับฎีกา คดีแพ่งก็ถือเป็นอันสิ้นสุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่หากศาลรับฎีกา ทั้งสองฝ่ายก็ต้องไปต่อสู้คดีกันต่อในชั้นศาลฎีกาต่อไป ซึ่งปัจจุบันฝ่ายโจทก์ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งคัดค้านแดย่างใด
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 เวลา 08.00 น. เกิดอุบัติเหตุสลดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อรถบัสของคณะพยาบาลศาสตร์ ได้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ บริเวณสามแยกหน้าคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จนส่งผลให้เพื่อนนักศึกษาที่เป็นคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วน “น้องอาย” น.ส.อรุณนภา วัฒนพานิช นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 ซึ่งนั่งซ้อนท้ายมาด้วย เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้รวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับคนขับรถบัส และอัยการส่งฟ้องต่อศาลขอนแก่นในช่วงปลายปี 2565 จนกระทั่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุก 2 ปีไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 และศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยืนโทษเดิมเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 จนกระทั่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในวันนี้


