xs
xsm
sm
md
lg

ด่วน! ศาลสั่งเลือกตั้งใหม่ “นายก อบจ.ขอนแก่น”แทน “วัฒนา ช่างเหลา”ปมแจกเงินชวนลงคะแนน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น-ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งจัดเลือกตั้ง อบจ.ขอนแก่นใหม่ ตามคำร้องของ กกต. หลังพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่ามีพฤติการณ์ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม แจกเงินแลกเชิญชวนลงคะแนนให้ผู้สมัคร โดยจะส่งคำพิพากษาให้ กกต.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้(6 ส.ค.) ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาในคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต อบจ.1/2569 ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง กับ นายวัฒนา ช่างเหลา ผู้คัดค้าน ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 โดยมีคำสั่งให้จัดการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่นขึ้นใหม่ หลังเห็นว่าพฤติการณ์ที่ปรากฏจากพยานหลักฐานเข้าข่ายทำให้การเลือกตั้งส่อไปในทางไม่สุจริตและไม่โปร่งใส 

การอ่านคำพิพากษาครั้งนี้ ศาลอนุญาตเฉพาะคู่ความและผู้เกี่ยวข้องเข้ารับฟังเท่านั้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือบุคคลภายนอกเข้าห้องพิจารณา พร้อมจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ นายวัฒนา ช่างเหลา พร้อมทีมทนายความ ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาล ขณะที่สำนักงาน กกต.จังหวัดขอนแก่น ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมรับฟังคำพิพากษา

ศาลใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการอ่านคำพิพากษา โดยพิจารณาจากพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย ก่อนวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของฝ่ายผู้ร้องมีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า นายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) มอบเงินจำนวน 100 บาทให้พยาน 3 คน พร้อมกล่าวถ้อยคำในลักษณะเชิญชวนให้สนับสนุนผู้สมัครหมายเลข 1 ซึ่งศาลเห็นว่า บุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีวุฒิภาวะและมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายครั้ง จึงไม่น่าเป็นการพูดเล่นหรือหยอกล้อดังที่ฝ่ายผู้คัดค้านกล่าวอ้าง


ขณะเดียวกัน ศาลไม่รับฟังคำชี้แจงของฝ่ายผู้คัดค้านที่ระบุว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าลูกปลา ค่าผ้าอ้อม และค่าเกี่ยวหญ้าให้วัว ซึ่งเป็นเงินจากค่าจ้างขับรถนักเรียน เนื่องจากเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนเพียงพอให้เชื่อถือได้

ศาลยังระบุในคำพิพากษาว่า พฤติการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียง อันกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และทำให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่นได้รับความเสียหาย จึงถือเป็นเหตุให้การเลือกตั้งส่อไปในทางทุจริตและไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม สมควรให้มีการจัดการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นขึ้นใหม่ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งร้องขอ

ภายหลังศาลมีคำพิพากษา ขั้นตอนต่อจากนี้ ศาลจะส่งสำเนาคำพิพากษาให้คณะกรรมการการเลือกตั้งและองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ตามที่กฎหมายกำหนด

ขณะที่นายวัฒนา ช่างเหลา และทีมทนายความ ได้เดินทางออกจากศาลทันทีโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ส่วนฝ่ายกฎหมายของ กกต.ได้ดำเนินการคัดสำเนาคำพิพากษาเพื่อนำไปปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมาย


สำหรับคดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่มีมติให้ "ใบเหลือง" นายวัฒนา ช่างเหลา จากกรณีถูกร้องเรียนว่ามีการกระทำอันอาจฝ่าฝืนมาตรา 65 (1) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพื่อขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ศาลมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ส่งผลให้นายวัฒนา พร้อมคณะผู้บริหาร อบจ.ขอนแก่น ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอคำพิพากษา

กระทั่งศาลมีคำวินิจฉัยในวันนี้ ถือเป็นบทสรุปสำคัญของคดีเลือกตั้งท้องถิ่นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วจังหวัด และจะนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นครั้งใหม่ตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป.

ด้านนายวัชระ สีสาร ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า หลังมีคำพิพากษาให้จัดการเลือกตั้งใหม่ ผู้ดำรงตำแหน่งต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยปลัด อบจ.จะดำเนินการด้านการบริหารและรายงานเหตุที่ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ก่อนที่สำนักงาน กกต.จังหวัดขอนแก่นจะรายงานต่อสำนักงาน กกต.ส่วนกลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย 

สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่นครั้งใหม่ ต้องดำเนินการภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีเหตุให้ตำแหน่งว่าง ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 และจะเปิดรับสมัครใหม่ทั้งหมด

นายวัชระ ระบุว่า อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น ยังสามารถสมัครรับเลือกตั้งครั้งใหม่ได้ เนื่องจาก กกต.ได้ยกคำร้องในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้สมัคร โดยจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และการถูกจำกัดสิทธิตามกฎหมายอีกครั้งเช่นเดียวกับผู้สมัครรายอื่น ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ขอนแก่นคนใหม่ จะเริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีใหม่ ขณะที่ กกต.แนะนำผู้ประสงค์สมัครรับเลือกตั้งให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม พร้อมเตรียมเอกสาร โดยเฉพาะหลักฐานการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี และตรวจสอบสถานะสิทธิของตนเองให้เรียบร้อยก่อนยื่นสมัคร