อุดรธานี-จังหวัดอุดรฯลั่นการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2569 ระยะเวลากว่า 4 เดือน 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด 1,030 ไร่ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเตรียมงานด้านต่างๆ คืบหน้ากว่า 90% ยืนยันค่าตั๋วเข้าชมไม่เกิน 200 บาท เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงงานได้ หลังจากก่อนนี้มีข่าวขายแพงถึง 350 บาท/หัว
เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือน จังหวัดอุดรธานีกำลังจะจารึกชื่อบนแผนที่โลกในฐานะเจ้าภาพ “มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569” งานระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนนานาชาติ (AIPH) และถือเป็นมหกรรมพืชสวนโลกครั้งแรกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลากว่า 4 เดือน( 134 วัน) ณ พื้นที่หนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง
นี่ไม่ใช่เพียงงานแสดงพันธุ์ไม้และนวัตกรรมด้านพืชสวนจากนานาประเทศ แต่เป็น "เดิมพันครั้งใหญ่" ของ จ.อุดรธานีในการยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และ ผลักดันเมืองสู่การเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการ (MICE City) ของภูมิภาค คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวและผู้แทนจากนานาชาติ เดินทางมาร่วมงาน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลและเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญให้กับจังหวัดอุดรธานีและภาคอีสาน
การนับถอยหลังสู่วันเปิดงาน จึงไม่ใช่เพียงการรอพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ หากแต่เป็นช่วงเวลาที่ทุกภาคส่วนกำลังเร่งเครื่องในโค้งสุดท้าย ทั้งการก่อสร้างพื้นที่จัดงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม โรงแรมที่พัก การเตรียมบุคลากร การประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการวางแผนใช้ประโยชน์พื้นที่หลังปิดงาน เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนก้อนมหึมาที่ทุ่มไปก่อให้เกิดผลตอบแทนอย่างยั่งยืน
ทุกภาคส่วนเตรียมงานทะลุ 90%
นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดงาน ณ ขณะนี้มีความคืบหน้ากว่า 90% ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมวิชาการเกษตร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ผู้บริหารการจัดงาน ภาคเอกชน ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และภาคการท่องเที่ยว ต่างเดินหน้าตามแผนอย่างต่อเนื่อง
ภายในพื้นที่จัดงานจะประกอบด้วยอาคารนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ อาคารเรือนกระจก โซนจัดแสดงนวัตกรรมการเกษตร พันธุ์ไม้และไม้ดอกไม้ประดับจากนานาประเทศ ควบคู่กับการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาสร้างสีสันผ่านการประดับ "ธุง" ตามถนนสายหลักและจุดสำคัญทั่วเมืองอุดร เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก
อีกประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจคืออัตราค่าเข้าชม โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันว่า จังหวัดกำหนดค่าเข้าชมไว้ไม่เกิน 200 บาท หลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะสูงถึง 350 บาท เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงงานได้
อย่างไรก็ตามในประเด็นตั๋วเข้าชมงานฯข้อมูลก่อนนี้กรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานหลักในการจัดงาน ได้กำหนดรูปแบบบัตรเข้าชมออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ บัตรรายบุคคล บัตรเฉพาะกลุ่ม และบัตรระยะยาว ประกอบด้วย 1.บัตรเข้าชมแบบ 1 วัน (1-Day Pass) สำหรับบุคคลทั่วไป ราคา 350 บาท นักเรียน ราคา 180 บาท และผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาสุขภาพ ราคา 120 บาท 2.บัตรเฉพาะกลุ่ม (Designated Ticket) กำหนดราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 250–500 บาท ตามเงื่อนไขและช่วงเวลาการเข้าชม 3.บัตรระยะยาว แบ่งเป็นบัตร 3 วัน ราคาเริ่มต้น 270–790 บาท และ 4. บัตร 7 วัน ราคาเริ่มต้น 630–1,840 บาท เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการเข้าชมอย่างต่อเนื่อง
เด็กสูงต่ำกว่า100ซม.เช้าฟรีทุกวัน
ในส่วนของการสนับสนุนหน่วยงาน องค์กร และสถาบันการศึกษา ได้กำหนดอัตราค่าบัตรแบบลำดับขั้น (Tier Pricing) สำหรับกลุ่มตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการด้านสังคม (CSR) เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึง โดยกำหนดให้เด็กที่มีความสูงต่ำกว่า 100 เซนติเมตร เข้าชมฟรีทุกวัน ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรีทุกวันจันทร์ และผู้พิการหรือผู้มีปัญหาสุขภาพ เข้าชมฟรีทุกวันพฤหัสบดี
"มหกรรมพืชสวนโลกไม่ใช่งานของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นงานของคนอุดรธานีทั้งจังหวัด ตั้งแต่ระบบขนส่ง โรงแรม ร้านค้า สื่อมวลชน ไปจนถึงประชาชนทุกสาขาอาชีพที่จะร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี "รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีกล่าวย้ำ
ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนว่า ความสำเร็จของมหกรรมไม่ได้วัดเพียงความสวยงามของพื้นที่จัดงาน แต่ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของคนทั้งจังหวัดทั้งภูมิภาคอีสานในการสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก


