xs
xsm
sm
md
lg

เผยโฉมทรชนควงปืนยิง-ขู่ปล้นร้านทองกลางห้างดังชายแดนเชียงของ กวาดทองหนัก 184 บาท ค่ากว่า 13 ล้าน หนีลอยนวล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงราย – ตำรวจเร่งไล่ไทม์ไลน์แกะรอยล่า..สองทรชนควงปืนยิง-ขู่ บุกปล้นร้านทองกลางห้างฯดังชายแดนเชียงของ เจอวงจรปิดจับภาพโฉมหน้า 1 ใน 2 คนร้าย จนได้เค้าหน้าตัวตนแล้ว พบกวาดทองรูปพรรณทั้งสร้อย-แหวน ไปได้เบ็ดเสร็จ 184 บาทด มูลค่ากว่า 13 ล้าน ก่อนควบมอ’ไซค์จอดทิ้งริมน้ำโขงหนี


ความคืบหน้า กรณีคนร้ายเป็นชายจำนวน 2 คน ควงปืนพกสั้นขนาด 9 มม.บุกยิงและข่มขู่ ปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาเขียงของ ตั้งอยู่หมู่ 10 ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย และฉกเอาทองคำรูปพรรณใส่กระเป๋าเป้ไปได้จำนวน 2 กระเป๋าก่อนหลบหนีไปยังริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว และทิ้งรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุทิ้งไว้ริมฝั่งคาดว่าได้นั่งเรือหลบหนีไปยังฝั่งเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เมื่อเวลาประมาณ 15.59 น.วันนี้(4 ส.ค.)

ล่าสุด พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ วศินพงศ์ธนัช ผกก.สภ.เชียงของ ยังคงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุตามเส้นทางหลบหนี ส่วนกรณีคนร้ายหลบหนีไปฝั่ง สปป.ลาว ก็ได้ประสานกับหน่วยงานความมั่นคงชายแดน สปป.ลาว ให้ช่วยติดตามหาตัวคนร้ายพร้อมของกลาง แต่หากยังหลบหนีอยู่ในเขตไทยก็ได้รายงานต่อ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผบก.ภ.จว.เชียงราย เพื่อให้ท้องที่ข้างเคียงได้สืบหาร่องรอยแล้ว

ส่วนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุและขับไปจอดทิ้งไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่ได้ตรวจอบแล้วพบว่าเป็นรถเช่า ซึ่งสอบถามทางร้านที่ให้เช่า ปรากฏว่าไม่ได้มีการเรียกเก็บเอกสารจากผู้ไปเช่า รวมทั้งไม่มีกล้องวงจรปิดที่หน้าร้านอีกด้วย ทำให้การติดตามร่องรอยคนร้ายเป็นไปด้วยความยากลำบาก


อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำเอกสารการขอเข้าออกเมืองด้าน อ.เชียงของ มาตรวจสอบเพื่อเปรียบเทียบอัตลักษณ์ตัวบุคคล ทำให้พอทราบตัวหนึ่งในผู้ก่อเหตุแล้ว โดยเฉพาะช่วงก่อนก่อเหตุเข้าปล้นร้านทองคนร้ายทั้ง 2 คน ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าในเวลา 15.56 น.และช่วงนั้นยังไม่สวมหมวก-หน้ากากอนามัยหรือแว่นตา ทำให้เห็นรูปพรรณสันฐานได้ระดับหนึ่ง

จากนั้นเวลา 15.59 น.หรืออีกเพียง 3 นาทีต่อมา คนร้ายทั้งคู่ก็ถือปืนบุกเข้าไปปล้นร้านทองอย่างอุกอาจก่อนจะหลบหนีไปดังกล่าว

ส่วนทองคำรูปพรรณที่ถูกคนร้ายปล้นไปเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับร้านทองตรวจสอบพบเป็นสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวมกันทั้งหมด 64 บาท สร้อยข้อมือทองคำน้ำหนักรวมกัน 120 บาท รวมน้ำหนักทองคำรูปพรรณที่ได้ไปทั้งหมด 184 บาท มูลค่าประมาณ 13,036,400 บาท.