ตาก – “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ มท.3” พร้อมอธิบดีกรมการปกครอง-รองผบ.ตร.-ผู้ว่าฯตาก-นายกเล็กแม่สอด..นำเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการสวมบัตร ปชช.ชายแดนแม่สอด ค้น 25 จุด-รวบ 16 ผู้ต้องหา เป็น จนท.รัฐ 2-เจ้าบ้าน 2-พม่าสวมบัตรอีก 12 ราย
วันนี้(4 ส.ค.) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) พร้อมด้วยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าฯตาก นายกุล เครือวีระ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด และหน่วยงานต่างๆที่ร่วมปฏิบัติการร่วมปฏิบัติการ "ทลายขบวนการทำบัตรเถื่อนแม่สอด จังหวัดตาก” ได้ร่วมกันแถลงข่าว
หลังจากสนธิกำลังกรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. และตำรวจภูธรภาค 6 เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 25 จุด เพื่อปราบปรามเครือข่ายทุจริตการออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรทะเบียนเลข 0) ให้กับบุคคลต่างด้าวโดยมิชอบ
กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 16 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย เจ้าบ้านหรือผู้รับรอง 2 ราย และบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่สวมสิทธิ์อีก 12 ราย
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า เครื่องมือที่สำคัญในการทำงานครั้งนี้ คือการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ซึ่งเป็นจุดแข็งของรัฐบาล เรื่องนี้มีหลักฐานการเพิ่มชื่อที่ขาดหลักฐานชัดเจน ใครจะทำในพื้นที่ไหนก็ตาม บุคคลที่สวมสิทธิ์ไปก่อเหตุอาชญากรรม ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหน้าที่ จะเป็นสแกมเมอร์ ขบวนการค้ามนุษย์
นายกุล นายกเทศมนตรีนครแม่สอด กล่าวว่า มีผู้ไปยื่นร้องขอทำบัตร 10 ปี ทั้งหมด 745 ราย ถูกระงับ 491 ราย มีการโต้แย้ง 136 ราย อีก 303 ราย ได้ตรวจสอบแล้ว โดยทางสำนักทะเบียนกลางให้สอบเพิ่มเติม เป็นบุคคลในพื้นที่จริง ขณะนี้กำลังตรวจสอบ 209 ราย ในเรื่องของคำสั่งโทษทางวินัยนั้น ทางจังหวัดมติให้ออก 1 ราย เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 อีกรายคือ นายชาตรี อดีตปลัดเทศบาลนครแม่สอด ได้เกษียณอายุราชการไปก่อน ไม่สามารถดำเนินการได้ในช่วงเวลานั้น และเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่ง
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า รายที่เหลือทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะทำงานร่วมกันโดยตั้งสำนวนเบื้องต้นไว้ก่อน และได้ออกหมายค้น 17 หมาย ออกหมายจับเป็นพนักงานของรัฐ 3 คน จับได้ 2 คน อีก 1 คนได้ถูกให้ออกจากราชการไปแล้ว เนื่องจากหลบหนีคดีปปช. แต่ทางเจ้าจะหน้าที่ยังคงติดตามจับกุมอยู่ ส่วนเจ้าของบ้านที่ให้การสนับสนุน มี 2 ราย แรงงานต่างด้าว 12 ราย
ด้านนายนฤชา ได้สั่งให้นายกุลนายกเทศมนตรีไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิด และให้ออกจากราชการทันที และจะมีการสอบสวนขยายผลไปตลอด โดยจะดำเนินการบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในอดีต และปัจจุบัน


