ตราด – ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดตราด ส่งผลให้น้ำหลากท่วมถนนสายตราด–แหลมศอก ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสู่ท่าเรือเกาะกูด ระดับน้ำสูงถึง 50-80 เซนติเมตร รถสัญจรลำบาก ต้องใช้เส้นทางเลี่ยง ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์เศษไม้และขยะอุดตันท่อระบายน้ำ ส่วนชาวบ้านห้วงน้ำขาวสะท้อนปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เรียกร้องหน่วยงานเร่งดำเนินโครงการแก้ไขอย่างจริงจัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (4 ส.ค.) เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดตราด ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังจากการระบายน้ำไม่ทัน โดยเฉพาะบริเวณถนนสายตราด–แหลมศอก ช่วงหมู่ 4 ตำบลห้วงน้ำขาว อำเภอเมืองตราด ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสำหรับเดินทางไปยังท่าเรือเฟอร์รี่เกาะกูด มีน้ำท่วมผิวการจราจรเป็นระยะทางเกือบ 100 เมตร ระดับน้ำสูงประมาณ 50-80 เซนติเมตร
นอกจากกระทบการสัญจรแล้ว มวลน้ำยังเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมถนนอย่างน้อย 4-5 หลัง รวมถึงสวนทุเรียนได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมด้วย
เบื้องต้น ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ต้องเดินทางไปท่าเรือเกาะกูด สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงผ่านถนนเกาะลอยและวัดห้วงน้ำขาว ซึ่งยังเปิดใช้ได้ตามปกติและไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ล่าสุด เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วงน้ำขาว ลงพื้นที่เร่งเปิดทางระบายน้ำ โดยพบว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากขยะและเศษไม้จำนวนมากถูกน้ำพัดไปอุดตันท่อระบายน้ำ ทำให้น้ำระบายได้ช้า ทั้งนี้ หากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำ คาดว่าระดับน้ำจะลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 ชั่วโมง
นางสาคร สังวร อายุ 77 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า น้ำไหลหลากจากพื้นที่สูงลงมาตามร่องน้ำอย่างรวดเร็ว จนเอ่อเข้าท่วมบ้านทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยพื้นที่แห่งนี้เคยเกิดน้ำท่วมใหญ่ในอดีต ก่อนจะเว้นช่วงไปหลายปี แต่ระยะหลังกลับมาประสบปัญหาอีกครั้ง หลังมีการลอกคลอง และครั้งนี้ถือเป็นน้ำท่วมรอบที่ 2 ของปี ซึ่งมีระดับน้ำสูงกว่าครั้งก่อน
ขณะที่ นางศิริการย์ อษวนันทวัฒน์ อายุ 70 ปี ระบุว่า ปัญหาสำคัญเกิดจากท่อระบายน้ำมีขนาดเล็ก ทำให้รองรับปริมาณน้ำไม่ไหว ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ทุกปี แม้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงจะเข้ามาตรวจสอบและแจ้งว่าจะมีงบประมาณแก้ไข แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า
ด้าน นายนพวัฒน์ ชวกรเธียรรัตน์ อายุ 75 ปี กล่าวว่า น้ำจากพื้นที่ด้านบนไหลลงมารวมกันอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนเอ่อเข้าถึงตัวบ้าน พร้อมเสนอให้เปิดประตูระบายน้ำทั้ง 3 บาน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ เพราะหากเปิดไม่เต็มที่ น้ำจะอัดตัวและไหลย้อนกลับเข้าชุมชน
เมื่อเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด ร่วมกับแขวงทางหลวงตราด ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าสาเหตุของน้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากฝนตกหนัก ประกอบกับเศษท่อนไม้ทุเรียนจำนวนมากถูกกระแสน้ำพัดเข้าไปอุดตันท่อระบายน้ำบริเวณคลองหลอด ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า
ตัวแทนแขวงทางหลวงตราด เปิดเผยว่า ได้บรรจุโครงการปรับปรุงถนนสายดังกล่าว โดยยกระดับผิวจราจรและเปลี่ยนท่อระบายน้ำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นไว้ในแผนงานตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบความคืบหน้าของโครงการ ส่งผลให้ชาวบ้านยังคงต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกครั้งที่เกิดฝนตกหนัก.


