ศรีสะเกษ- เดือดไม่จบ สงครามหวยอลเวง 6 ล้าน “ป้ายอม”คนสั่งซื้อ โต้ “ป้ามณี”เจ้าของแผงลอตเตอรี่ คำพูดเปลี่ยนไปมา ลั่นเจอกันในศาล คืนเงินตอนนี้ไม่ทันแล้ว ขณะ “ป้าแดง” ยืนยันมีการสั่งซื้อลอตเตอรี่เลขท้าย 184 จริง พร้อมเป็นพยานเลือกยืนข้างความจริงมีหนึ่งเดียว แม้อยู่ฝั่งตรงข้าม “ป้ามณี” พี่สาวแท้ๆ
ผู้สื่อข่าว รายงานกรณีที่มีข้อพิพาท สลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569 หมายเลข 287184 ในพื้นที่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมี “ป้ายอม” ลูกค้าประจำ อ้างว่าเป็นผู้สั่งซื้อลอตเตอรี่เลขดังกล่าวผ่าน “ป้าแดง” น้องสาวของ “ป้ามณี” เจ้าของแผงขายลอตเตอรี่ โดยสั่งซื้อกันทางโทรศัพท์ตามความคุ้นเคย แต่ไม่มีการถ่ายรูปหรือส่งหลักฐานยืนยันการจองสลากไว้ ทำให้เมื่อผลสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศออกมาและเลข 287184 ถูกรางวัลที่ 1 ความเป็นเจ้าของสลากจึงกลายเป็นประเด็นพิพาททันที
และเมื่อวันนี้ (3 ส.ค. 69) “ป้ามณี” ได้มีการไปร้องกับทนายไพศาล เรื่องฤทธิ์ เพื่อขอความช่วยเหลือ และยอมรับว่า ลอตเตอรี่ ที่ถูกรางวัลที่ 1 เจ้าตัวได้นำไปขึ้นรางวัลกับกองสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว เนื่องจากลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ฉบับดังกล่าวเหลืออยู่ในแผง เลยคิดว่าลอตเตอรี่ที่เหลือในแผงของตัวเอง ต้องเป็นของตัวเอง ซึ่งต่างกับก่อนหน้านี้แรกที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ป้ามณี ไม่ยอมรับว่าได้เอาลอตเตอรี่ไปขึ้นรางวัลแล้ว และไม่รู้ว่าขายลอตเตอรี่ใบที่ถูกรางวัลให้ใครไป
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พื้นที่ไปยังร้านเสริมสวยหญิงของ “ป้ายอม” ในพื้นที่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ พบ “ป้ายอม”และ “ป้าแดง” กำลังนั่งพูดคุยปรึกษากันเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดย ป้ายอม เปิดเผยว่า ทราบว่า “ป้ามณี” หรือ “ป้าจีน” ได้ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนร่วมกับทนายไพศาล แต่เมื่อได้ติดตามคำให้สัมภาษณ์ พบว่า หลายประเด็นไม่สอดคล้องกัน โดยก่อนหน้านี้ป้าจีนเคยบอกกับตนว่าไม่ได้เก็บสลากฯไว้ ขณะที่เคยบอกป้าแดงว่าขายสลากฯ ไปแล้ว แต่ล่าสุดกลับระบุว่า เป็นผู้ถูกรางวัลเอง ทั้งที่ในคลิปวิดีโอที่ตนบันทึกไว้ ป้าจีนยังยืนยันว่าไม่ได้ถูกรางวัล
ป้ายอม กล่าวต่อว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เคยได้รับสลากหมายเลข 184 ตามที่สั่งซื้อไว้ ส่วนกรณีที่ป้าจีน ระบุว่า สลากที่นำมาให้ ไม่ใช่สลากรางวัลที่ 1 นั้น ตนมองว่าเป็นการให้ข้อมูลที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และเมื่อมีการพูดถึงการตรวจสอบกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ป้าจีนก็ยอมรับว่า เป็นผู้ไปขึ้นเงินรางวัลด้วยตนเอง
สำหรับข้อสงสัยที่หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงเพิ่งติดตามสลากฯ ในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันประกาศผลรางวัล ป้ายอม ชี้แจงว่า วันดังกล่าวตนออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ร่วมกับอำเภอ เพื่อให้บริการตัดผมฟรีแก่ประชาชน เมื่อกลับมาถึงร้านก็มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการต่อเนื่อง จนถึงช่วงค่ำจึงได้กลับบ้าน กระทั่งมีเพื่อนส่งข้อความมาถามว่าถูกรางวัลหรือไม่ จึงนึกขึ้นได้ว่าได้สั่งซื้อสลากหมายเลข 184 ไว้ ประกอบกับก่อนหน้านี้เคยถูกรางวัลที่ 5 จึงส่งข้อความไปสอบถามป้าจีน แต่มีเพียงการเปิดอ่านข้อความโดยไม่มีการตอบกลับ
ป้ายอม กล่าวอีกว่า แม้เรื่องนี้จะกลายเป็นคดีความ แต่ตนไม่ได้โกรธป้าจีนเป็นการส่วนตัว และพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม โดยให้เป็นไปตามพยานหลักฐาน ยอมรับว่าทั้งสองเคยสนิทกัน กินข้าวด้วยกัน และรักกันเหมือนพี่น้อง อีกทั้งเคยประกาศไว้ว่า หากป้าจีนนำสลากมาคืน ตนจะให้เงินจำนวน 200,000 บาท ตามที่เคยพูดและโพสต์ไว้ แต่ป้าจีนก็ยังยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้ถูกรางวัล
เมื่อถูกถามว่า หากป้าจีนนำเงินรางวัลมาคืนในขณะนี้จะยอมรับหรือไม่ ป้ายอมตอบว่า ขณะนี้คงไม่ทันแล้ว และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าเชื่อว่าสลากหมายเลข 184 มีการสั่งซื้อจริง แม้อีกฝ่ายจะยืนยันว่าไม่มีสลากหมายเลขดังกล่าวอยู่ในแผงก็ตาม
ด้าน “ป้าแดง” ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ๆ “ป้ามณี” หรือ “ป้าจีน” เปิดเผยว่า แม้ตนจะไม่ได้เห็นสลากฯหมายเลข 184 ที่แผงของป้าจีนด้วยตาตนเอง แต่เป็นผู้รับสายโทรศัพท์และเปิดลำโพงให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกัน โดยได้ยินป้าจีนเสนอขายสลากหมายเลข 184 และเลขท้าย 79 ให้กับป้ายอม ก่อนที่ป้ายอมจะตอบตกลงซื้อ แม้จะไม่ได้เห็นเลขหน้าสลากฯ แต่ได้ยินบทสนทนาอย่างชัดเจน และทราบว่ามีการใช้ลวดเย็บกระดาษแม็กสลากฯ รวมไว้
ส่วนกรณีที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงออกมาให้ข้อมูลในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อป้ายอม ทั้งที่ป้าจีนเป็นพี่สาวแท้ ๆ นั้น ป้าแดง กล่าวว่า ตนยึดหลักความถูกต้อง เพราะประกอบอาชีพจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อก็ต้องเก็บสลากและรับผิดชอบให้ลูกค้า พร้อมยืนยันว่ามีการซื้อขายสลากกันจริง
ป้าแดง กล่าวต่อว่า ช่วงแรกไม่ทราบว่าป้าจีนเป็นผู้ขึ้นเงินรางวัล มาทราบภายหลัง เมื่อสอบถามในตอนแรก ป้าจีนก็ไม่ยอมรับและยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้ถูกรางวัล ปัจจุบันแทบไม่ได้พูดคุยกันแล้ว โดยก่อนเกิดเรื่องเคยเตือนพี่สาวว่า หากทำอะไรขออย่าให้เกิดปัญหา เพราะหากมีคดีความเกิดขึ้น ตนจำเป็นต้องให้การตามข้อเท็จจริงในฐานะพยาน ขณะที่ป้าจีนตอบเพียงว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะจัดการเอง”


