xs
xsm
sm
md
lg

สามพี่น้องตายายบุรีรัมย์ร้อง! อบต.แสบฮุบที่ดิน ส.ค.1 ครอบครองมากว่า 100 ปี สร้างสถานีขนส่ง-ให้นายทุนเปิดตลาดโกยรายได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บุรีรัมย์- สามตายายพี่น้องชาว อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง อ้างถูก อบต. ฮุบที่ดินมีหลักฐาน ส.ค.1 ครอบครองทำกินมากว่า 100 ปี เตรียมสร้างสถานีขนส่ง ทั้งปล่อยให้นายทุนเปิดตลาดหารายได้ ทำครอบครัวเดือดร้อนไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่ดินตัวเองได้ ลูกหลานต้องดิ้นรนทำงานรับจ้างต่างถิ่น เตรียมรวบรวมหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

วันนี้ ( 4 ส.ค.69) นายเลือย หัตไทยถะระ อายุ 74 ปี พร้อมด้วย นางปอ อายุ 75 ปี และนางปวก อายุ 65 ปี ตายายสามพี่น้อง ชาวบ้านระกาใหญ่ ต.บ้านปรือ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ พร้อมลูกหลาน ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยอ้างว่า ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่ทาง อบต.บ้านปรือ พยายามฮุบเอาที่ดินทำกินของครอบครัว เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 1 งาน ซึ่งอยู่ติดถนนใหญ่สาย อ.กระสัง – ประโคนชัย ใกล้กับสี่แยกระกา อ.กระสัง ด้วยการให้เจ้าพนักงานที่ดินออกสำรวจรังวัดที่ดินแปลงดังกล่าว เพื่อออกเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) เมื่อเดือน พ.ย.2545 โดยมีจุดประสงค์จะก่อสร้างเป็นสถานีขนส่งผู้โดยสาร และยังให้นายทุนเปิดตลาดนัดเพื่อหารายได้


สร้างความเดือดร้อนให้กับทั้งสามตายาย และลูกหลาน ไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่ดินแปลงดังกล่าวเกือบ 50 ปีแล้ว ทั้งที่มีหลักฐานใบแจ้งการครอบครองทำกินในที่ดินแปลงดังกล่าวอย่างถูกต้องตั้งแต่ปี 2468 โดย ส.ค.1 เป็นชื่อของ นายถวิล หัตไทยถะระ ผู้เป็นพ่อ ที่ผ่านมาทางครอบครัวก็ทำไร่ทำนา ปลูกปอ และมันสำปะหลังมาตลอด

กระทั่งช่วงประมาณปี 2521 ทาง รพช.ได้มาขอใช้พื้นที่บางส่วนตั้งแคมป์คนงาน จอดรถและเครื่องจักร เป็นที่พักเพื่อก่อสร้างถนนสายกระสัง –ประโคนชัย ทางครอบครัวเห็นว่าเป็นหน่วยงานรัฐมาขอใช้พื้นที่ชั่วคราว เพื่อทำถนนให้ผู้คนได้สัญจร จึงอนุญาตให้ใช้พื้นที่ แต่ช่วงนั้นยังทำการเกษตรในพื้นที่มาเรื่อย จนเวลาผ่านไป 10 ปี ไปสอบถามทางเจ้าหน้าที่ รพช.หลายครั้ง ไม่ได้รับคำตอบว่าจะคืนพื้นที่ตอนไหน


กระทั่งผ่านไป 15 ปี ทาง รพช.ได้เคลื่อนย้ายเครื่องจักรออก ทางครอบครัวก็จะเข้าไปทำกินในพื้นที่ดังกล่าว แต่ทาง อบต.บ้านปรือ กลับแจ้งว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณะประโยชน์ ไม่สามารถเข้าไปทำกินได้ หากเข้าไปจะถือว่าบุกรุก สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก จากที่เคยมีที่ทำกินก็ต้องไร้ที่ทำกิน ลูกหลานต้องพากันไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัด เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ที่ผ่านมาทางครอบครัวเคยไปร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ก็ไม่เป็นผล ทั้งเคยไปยื่นขอออกโฉนดแต่ทางที่ดินกลับแจ้งว่าเอกสารไม่ครบ

แต่ต่อมาราวปี 2545 มีการสร้างศาลาคล้ายสถานีขนส่ง และมีนายทุนมาประมูลทำตลาดนัดเก็บเงินจากร้านขายของ แต่ไม่รู้ว่าเก็บเข้ากระเป๋าใคร แต่เจ้าของที่มีเอกสาร ส.ค.1 ครอบครองถูกต้อง กลับไม่สามารถเข้าไปทำกินได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทางครอบครัวด้วย ทั้งนี้เตรียมรวบรวมหลักฐานยื่นต่อศาลเพื่อพิสูจน์สิทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม


จากนั้นทีมข่าวได้เดินทางไปที่ อบต.บ้านปรือ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้บริหาร ตามที่มีการร้องเรียน แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าผู้บริหารยังไม่สะดวกจะให้ข้อมูล อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ในระบบมีการขึ้นทะเบียนว่าที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นที่สาธารณะประโยชน์ พ.ศ.2474