ศูนย์ข่าวศรีราชา - ศาลจังหวัดพัทยาพิพากษาจำคุก "หมิงเชิง ซุน" ชาวจีน ผู้ต้องหาคดีสะเทือนขวัญซุกคลังแสงกลางเมืองพัทยา รวม 46 ปี หลังรับสารภาพความผิดฐานครอบครองอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ยุทธภัณฑ์ และเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมสั่งริบของกลางทั้งหมด ขณะที่อัยการจังหวัดพัทยาเร่งรัดดำเนินคดีจนศาลมีคำพิพากษาภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือนนับจากวันเกิดเหตุ
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จับกุมนาย หมิงเชิง ซุน อายุ 43 ปี สัญชาติจีน หลังขับรถประสบอุบัติเหตุในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ก่อนตรวจค้นพบอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดภายในรถ จนนำไปสู่การเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูในเมืองพัทยา ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นคลังเก็บอาวุธขนาดใหญ่ ภายในพบอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ยุทธภัณฑ์ และอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพัทยาอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ท.45/2569 และคดีหมายเลขแดง ท.25/2569 ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดพัทยาเป็นโจทก์ ฟ้องนายหมิงเชิง ซุน และพวกรวม 2 คน ในความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ และพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม
ในชั้นพิจารณา นายหมิงเชิง ซุน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหญิงชาวจีน ให้การปฏิเสธ ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความชั่วคราว พร้อมกำหนดให้อัยการยื่นฟ้องใหม่ภายใน 15 วัน และให้ออกหมายขังระหว่างดำเนินคดี
ศาลพิเคราะห์ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรม แม้จะรับสารภาพอันเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา แต่พฤติการณ์มีความร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ จึงลดโทษให้หนึ่งในสาม ก่อนพิพากษาจำคุกรวม 44 ปี 24 เดือน หรือคิดเป็น 46 ปี
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งริบของกลางทั้งหมด ได้แก่ ปืนพก Glock ขนาด 9 มิลลิเมตร ปืนเล็กกล M4 และ M16 เครื่องกระสุนปืน ระเบิดสังหารบุคคลหลายชนิด ระเบิดซีโฟร์ เสื้อเกราะกันกระสุน หน้ากากป้องกันสารเคมี เครื่องตัดสัญญาณวิทยุ ชุดรีโมทรับ-ส่งสัญญาณ และยุทธภัณฑ์อื่นที่ตรวจยึดได้
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาเร่งรัดการดำเนินคดีจนศาลมีคำพิพากษาภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน นับจากวันเกิดเหตุ สะท้อนถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาล ในการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างรวดเร็ว ภายใต้กรอบของกฎหมาย.


