xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ตะลึงอีก! ขุดพบกำแพงเมืองเก่าโคราชฝั่งตะวันออกในรอบ 20 ปี พร้อมหลักฐานอยู่อาศัยมนุษย์โบราณ 2,500 ปี จ่อไขปริศนาอายุเมืองโคราชที่แท้จริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ตะลึงอีก ศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ขุดค้นพบแนวกำแพงเก่าเมืองโคราชฝั่งตะวันออก ในรอบกว่า 20 ปี พร้อมหลักฐานร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์โบราณกว่า 2,500 ปี ในยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยสำริด-สมัยเหล็กและยุคประวัติศาสตร์ โดยพบชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา เศษถ่านขี้เถ้าและเปลือกหอย สะท้อนวิถีชีวิตและการบริโภคของผู้คน 1,500–2,500 ปีก่อน เตรียมไขปริศนาอายุเมืองโคราชที่แท้จริงด้วยวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรก



วันนี้ (3 สิงหาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการขุดตรวจทางโบราณคดี บริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านทิศตะวันออก หรือ “พลล้านต้านปัญจา” ริมถนนพลล้าน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งดำเนินการโดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อศึกษาชั้นดินและประวัติศาสตร์เมืองโบราณ สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการโบราณคดีอย่างมาก หลังจากดำเนินการขุดค้นในช่วงระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 8 สิงหาคม 2569 รวมระยะเวลา 20 วัน พบแนวกำแพงเมืองโบราณที่ค้นหาไม่พบในการสำรวจเมื่อปี 2567 นับเป็นการศึกษากำแพงเมืองครั้งสำคัญในรอบกว่า 20 ปี


โดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เปิดเผยว่า “การขุดค้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ก่อนที่เทศบาลนครนครราชสีมาจะปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณคูเมืองพลล้านต้านปัญจา ซึ่งตามหลักวิชาการต้องมีการตรวจสอบทางโบราณคดีก่อนดำเนินโครงการทุกครั้ง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเก่านครราชสีมา

และจากการขุดค้นล่าสุด สามารถพบแนวกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกซึ่งไม่พบในการสำรวจเมื่อปี 2567 จึงถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังจากการศึกษากำแพงเมืองนครราชสีมาเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2542 ที่มีการบูรณะกำแพงเมืองบริเวณโคกสารละลายในปี 2543 และขุดศึกษาบริเวณกำแพงด้านตะวันตก เมื่อปี 2549 ก่อนจะเว้นช่วงยาวนานกว่า 20 ปี จึงมีการศึกษากำแพงเมืองอีกครั้งในปีนี้


นอกจากแนวกำแพงเมืองแล้ว นักโบราณคดียังพบหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ในพื้นที่เมืองเก่า ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยสำริด ต่อเนื่องถึงสมัยเหล็ก และยุคประวัติศาสตร์ โดยพบชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ ภาชนะดินเผา เศษถ่าน เขม่า ขี้เถ้า และเปลือกหอย ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและการบริโภคของผู้คน เมื่อประมาณ 1,500–2,500 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม พื้นที่บางส่วนได้รับผลกระทบจากการถมขยะและการใช้ประโยชน์ที่ดินในอดีต ทำให้ชั้นดินทางโบราณคดีบางส่วนถูกทำลาย แต่การค้นพบแนวกำแพงเมืองยังถือเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์นครราชสีมา โดยหลังจากนี้ จะนำตัวอย่างอินทรียวัตถุใต้ฐานอิฐ รวมถึง อิฐที่พบร่องรอยแกลบข้าว ไปตรวจวิเคราะห์อายุด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ เพื่อระบุช่วงเวลาการก่อสร้างกำแพงเมือง ประตูเมือง และป้อมปราการให้ชัดเจนเป็นครั้งแรก


ขณะนี้การขุดค้น เหลือระยะเวลาดำเนินงานอีกประมาณ 7 วัน โดยมีการเปิดหลุมขุดขนาด 2.5 x 11.5 เมตร และขยายพื้นที่เพิ่มเติมเป็น 7 x 21 เมตร ทำให้เห็นแนวกำแพงเมืองทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ ซึ่งเป็นลักษณะที่สอดคล้องกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และจะนำไปเปรียบเทียบกับเมืองโบราณร่วมสมัยแห่งอื่นของประเทศไทยต่อไป

สำหรับข้อมูลการศึกษาทางโบราณคดีที่ผ่านมา ระบุว่า กำแพงเมืองนครราชสีมาถูกก่อสร้างด้วยอิฐขนาดประมาณ 30 x 15 x 7 เซนติเมตร และ 25 x 13 x 5 เซนติเมตร ใช้ดินเป็นวัสดุประสาน วางฐานรากด้วยการอัดดินแน่นก่อนก่อกำแพง มีความหนาประมาณ 2.6 เมตร สูงราว 4 เมตร ล้อมรอบเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวรวมประมาณ 5.2 กิโลเมตร มีคูเมืองล้อมรอบและป้อมปราการรวม 15 ป้อม พร้อมประตูเมืองสำคัญทั้ง 4 ทิศ ซึ่งนับเป็นระบบป้องกันเมืองที่มีความแข็งแกร่ง และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมาจนถึงปัจจุบัน