xs
xsm
sm
md
lg

รมต.สำนักนายกฯ นำเปิดงาน"สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย"ปักหมุดครั้งแรกภาคเหนือ หนุนท้องถิ่นสู่ระดับโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่- รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดงาน "สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย" สัญจรพบปะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบSMEทั่วไทย ปักหมุดครั้งแรกที่ภาคเหนือ เชื่อมั่นศักยภาพอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นแต้มต่อของธุรกิจ ช่วยขับเคลื่อนเชื่อมโยงโอกาสความสำเร็จสู่ระดับโลก


วันนี้(2ส.ค.69) ที่ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดพร้อมปาฐกถาพิเศษในงาน "สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย" ซึ่งสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่1-2ส.ค.69 เพื่อเดินหน้าสานต่อบทบาท “The Growth Connector” สัญจรปลดล็อกเพื่อผู้ประกอบการทั่วไทย ปักหมุดแรกที่ภาคเหนือ ด้วยการนำเสนอเรื่องราวของ สสว. ผ่านกุญแจ 5 ดอก ที่จะเชื่อมทุกโอกาสและความสำเร็จสำหรับผู้ประกอบการ SME ไทยทั่วประเทศ พร้อมแบ่งปันแนวคิดและแรงบันดาลใจให้ทุกคน โดย ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พร้อมด้วยผู้ประกอบการและ ผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก

ทั้งนี้นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้านที่เข้ามากระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดของผู้ประกอบการไทยในทุกระดับ ทางรัฐบาลจึงไม่นิ่งนอนใจ และได้สั่งการและผลักดันนโยบายเชิงรุกในระดับประเทศ เพื่อสร้างเกราะป้องกันและติดอาวุธให้แก่ SME โดยมี สสว. ทำหน้าที่เป็น The Growth Connector หรือ ผู้เชื่อมโยงโอกาสการเติบโต นำนโยบายเหล่านี้ลงไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง ผ่านนโยบายสำคัญภายใต้แนวคิด กุญแจ 5 ดอก ปลดล็อกโอกาสใหม่ ที่ครอบคลุมทุกมิติที่เป็นอุปสรรคของ SME ในปัจจุบัน ซึ่งจากการจัดงานครั้งนี้และการได้มีโอกาสไปลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการเชียงใหม่ร่วมกับทาง สสว. ได้เห็นถึงศักยภาพการปรับตัวและความเข้มแข็งอย่างน่าชื่นชม สามารถเปลี่ยนอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาเป็นเกราะป้องกันและแต้มต่อทางธุรกิจที่ทรงพลัง จึงเชื่อมั่นอย่างสูงว่าภาคเหนือมีอารยธรรม อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าและเป็นเอกลักษณ์ที่พร้อมจะปลดล็อกไปสู่เวทีการค้าระดับโลกได้


ด้าน ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. เผยว่า สสว. มุ่งมั่นในการส่งต่อสิทธิประโยชน์และโอกาสดี ๆ ถึงมือผู้ประกอบการได้อย่างรวดเร็วและไม่มีข้อจำกัด เปรียบเหมือนสะพานเชื่อมโยงโอกาสที่ไร้รอยต่อในทุกพื้นที่ โดยการจัดงานในภาคเหนือครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสการเข้าถึงความรู้และบริการของ สสว. เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการในภูมิภาค รวมทั้งเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้ประกอบการหรือผู้ที่อยากทำธุรกิจ มองเห็นโอกาสในการนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่มีคุณค่ามาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างรายได้ได้จริง และเติบโตได้อย่างยั่งยืนิซึ่งภายในงาน สสว. ได้ระดมกิจกรรมหลากหลายในรูปแบบนิทรรศการให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้และร่วมสนุก สามารถค้นหาศักยภาพทางธุรกิจผ่านภารกิจไขกุญแจ 5 ดอก ของ สสว. ที่มุ่งหวังจะเคียงข้างและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคง ประกอบไปด้วย

1) ด้านแหล่งเงินทุน มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) หรือโครงการ "SME ปัง ตังได้คืน" ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณของ สสว. เข้าไปอุดหนุนค่าใช้จ่ายแบบร่วมจ่าย (Co-Payment)
2) ด้านความรู้และคำปรึกษา ผ่านศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร หรือ OSS ทุกจังหวัด ที่พร้อมให้คำปรึกษา แนะนำการปรับปรุงธุรกิจ และเติมเต็มทักษะใหม่ ๆ รวมถึงโครงการ SME Coach แพลตฟอร์มที่รวมสุดยอดโค้ชธุรกิจมืออาชีพเฉพาะด้านที่จะให้คำแนะนำผู้ประกอบการแบบตัวต่อตัว
3) ด้านข้อมูลและสิทธิประโยชน์ การร่วมมือกับภาคีพันธมิตรกว่า 50 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดการ “เติมเต็ม แต้มต่อ เติบโต” ยกระดับ SME ไทยให้โตอย่างไม่หยุดยั้ง
4) ด้านโอกาสทางการตลาด ในการเชื่อมโอกาสทางการตลาดทั้งในไทย ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (THAI SME-GP) ในการเข้าตลาดคู่ค้าภาครัฐที่มีมูลค่ามหาศาล และการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และกุญแจดอกสุดท้ายอย่าง
5) นโยบาย ในการผลักดันและเสนอนโยบาย รวมถึงมาตรการเชิงรุก เพื่อสร้าง “SME Ecosystem” หรือระบบนิเวศทางธุรกิจที่ดีตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ


นอกจากนี้ในงานนี้ยังมีพื้นที่โชว์เคสจากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมจาก สสว. เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจ และงานนี้ยังได้คว้าตัวอินฟลูเอ็นเซอร์สายอาหารชื่อดัง คุณมาวิน ทวีผล เจ้าของเพจ "มาวินฟินเฟ่อร์" (Mawinfinferr) มาร่วมพูดคุยเพื่อปลดล็อกไอเดียในหัวข้อ “การสร้างอิมแพกต์ให้ธุรกิจอาหาร และสิ่งที่ร้าน SME ต้องมี จากมุมมองของผู้สร้างคอนเทนต์” เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการ SME นำข้อคิดที่ได้ไปต่อยอดแนวคิดเป็นธุรกิจใหม่ ๆ ในอนาคตอีกด้วย และตลอดเดือนสิงหาคมนี้ สสว. ยังมุ่งหน้าส่งต่อโอกาสและให้บริการดี ๆ เช่นนี้ให้กับผู้ประกอบการอีก 3 ภูมิภาคต่อเนื่อง วันที่ 14-16 ส.ค.69 ที่เซ็นทรัล หาดใหญ่, วันที่ 21-23 ส.ค.69 ที่เซ็นทรัล ชลบุรี, และเซ็นทรัล ขอนแก่น ในวันที่ 28-30 ส.ค.69 เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME ไทยและผู้ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจสามารถเข้าถึงความรู้และบริการจาก สสว. ได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ https://sme.go.th/ หรือเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/officeofsmes