ศูนย์ข่าวขอนแก่น-คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น เปิดผลสอบข้อเท็จจริงกรณีนักศึกษาหญิงถูกบูลลี่จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตที่มีการโพสต์ว่อนโซเชียลก่อนหน้านี้ ระบุเหตุการณ์ที่เป็นข่าวไม่ใช่กรณีเดียว แต่รวมหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 4 ปีของการศึกษา และยังไม่พบหลักฐานเพียงพอว่ามีการร่วมกันกลั่นแกล้งอย่างเป็นระบบ แต่พบพฤติกรรมการใช้ถ้อยคำส่อเสียด การกีดกันทางสังคม และการนำผู้ร้องออกจากกลุ่มไลน์ของรุ่น พร้อมประกาศยกระดับมาตรการป้องกันการบูลลี่และปรับปรุงระบบรับเรื่องร้องเรียนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการรังแกและกลั่นแกล้ง (Bullying) นักศึกษาหญิงคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมากนั้น ล่าสุด ได้มีการเผยแพร่รายงานสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 พร้อมสารจาก รองศาสตราจารย์ ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อชี้แจงผลการดำเนินการตรวจสอบต่อสาธารณชน
รายงานระบุว่า คณะได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงระหว่างวันที่ 13–27 กรกฎาคม 2569 โดยรวบรวมข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งคำชี้แจง พยานบุคคล เอกสาร ข้อความสนทนา และหลักฐานอื่นอย่างรอบด้าน ก่อนสรุปว่า เหตุการณ์ที่ถูกเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์มิใช่เหตุการณ์เดียว หากแต่เป็นการรวบรวมหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างกันตลอดระยะเวลาการศึกษา 4 ปี และเกี่ยวข้องกับนักศึกษาหลายฝ่าย ซึ่งแต่ละกรณีมีบริบท สาเหตุ และรายละเอียดแตกต่างกัน จึงต้องพิจารณาแยกเป็นรายเหตุการณ์เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ผลการตรวจสอบยังไม่พบพยานหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลร่วมกันรังแกและกลั่นแกล้งผู้ร้องอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม พบว่ามีความขัดแย้งระหว่างบุคคล การใช้ถ้อยคำหรือการสื่อสารที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการกระทบกระทั่งระหว่างนักศึกษาหลายฝ่าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ความรู้สึก และสภาพจิตใจของผู้เกี่ยวข้อง โดยบางเหตุการณ์คู่กรณีได้มีการพูดคุย ปรับความเข้าใจ และกล่าวขอโทษกันแล้วก่อนที่จะมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์
สำหรับเหตุการณ์สำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งนั้น เกิดจากการจัดเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อใช้ในกิจกรรมของรุ่นช่วงงานพระราชทานปริญญาบัตร ซึ่งมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับจำนวนเงินและเงื่อนไขการสมทบค่าใช้จ่าย ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจ มีการใช้ข้อความในลักษณะส่อเสียด และมีการนำผู้ร้องออกจากกลุ่มไลน์ของรุ่น โดยคณะสรุปว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าลักษณะของการรังแกทางวาจาและการกีดกันทางสังคม
ส่วนประเด็นอื่นที่มีการกล่าวอ้าง เช่น การเดินชน การไม่ได้รับข้าวกล่อง เหตุการณ์ระหว่างการฝึกงาน อุบัติเหตุ ค่าใช้จ่าย และการสนทนาระหว่างเพื่อนนั้น จากการตรวจสอบยังไม่พบหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาเพื่อรังแกหรือกลั่นแกล้ง ขณะที่บางกรณีเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนและการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมระหว่างบุคคล
นอกจากนี้ คณะยังชี้แจงประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่านักศึกษาไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัย โดยระบุว่า อาจารย์ประจำหลักสูตรได้ให้คำปรึกษาด้านการเรียน การวางแผนการศึกษา และการขอรับทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้ประสานส่งต่อนักศึกษาเข้ารับการดูแลจากนักจิตวิทยาประจำคณะเมื่อพบว่ามีภาวะที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต
.
กระนั้นก็ตาม คณะยอมรับว่าระบบการเชื่อมโยงข้อมูลและการติดตามปัญหาในขณะนั้นยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ จึงจะนำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้มาปรับปรุงระบบรับเรื่องร้องเรียน การติดตามช่วยเหลือนักศึกษา การส่งต่อข้อมูล การตอบสนองต่อข้อร้องเรียน รวมถึงแนวทางการจัดการความขัดแย้งและการจัดเก็บเงินกิจกรรมของนักศึกษาให้มีความโปร่งใสและเป็นไปโดยสมัครใจ
คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังยืนยันจุดยืนในการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของทุกคน ไม่สนับสนุนการใช้ถ้อยคำส่อเสียด การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือการกีดกันทางสังคม พร้อมจะทบทวนมาตรการป้องกันการรังแกและกลั่นแกล้งให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ รายงานสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว จะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยนักศึกษาประจำคณะ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามข้อบังคับและระเบียบของมหาวิทยาลัย โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด


