หนองคาย-สองสาวลาว ขนโทรศัพท์มือถือ 63 เครื่อง คอมพิวเตอร์แล็บท็อป 13 เครื่อง นำเข้าประเทศ ผ่านด่านพรมแดนหนองคาย ถูกศุลกากรหนองคายตรวจยึดไว้ พบสิ่งผิดปกติ เร่งตรวจสอบอาจเอี่ยวแก๊งแสกมเมอร์ ขณะที่สองสาวอ้างมีคนฝากหิ้วของเข้าไทย ศุลกากรเตือนดัง ๆ ข้ามประเทศงดรับฝากของทุกชนิด
เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันนี้( 28 ก.ค.) ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย ฝั่งขาเข้าประเทศ นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคายปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย , พ.ต.ท.ธียาฌพัทย์ รังษิพราหมณกุล รองผกก.ตม.หนองคาย พร้อมตำรวจ ทหาร และหน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดหนองคาย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมหญิงชาวลาว 2 คน พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ หลายยี่ห้อ จำนวน 63 เครื่อง และคอมพิวเตอร์แล็บท็อป 13 เครื่อง บางเครื่องมีการติดชื่อบุคคลไว้ด้านหลัง บางเครื่องทำสัญลักษณ์ไว้
การตรวจยึดจับกุมในครั้งนี้ เกิดขึ้นเวลาประมาณ 12.00 น. วันเดียวกันนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้าออกประเทศตามปกติ เนื่องจากในช่วงนี้เป็นวันหยุดยาว จึงได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ช่วยกันตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ลาวคันหนึ่ง ขับเข้าประเทศมา จึงได้เรียกตรวจสอบ พบว่าภายในรถมีการนำโทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์แล็บท็อป เข้ามาเป็นจำนวนมากผิดปกติเกินกว่าที่จะนำมาใช้เป็นของใช้ส่วนบุคคล
จากการตรวจสอบการเดินทางเข้าออกประเทศบ่อยครั้ง ลักษณะเดินทางไปกลับภายในวันเดียว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามระเบียบของศุลกากรเรียบร้อย และได้ส่งหญิงทั้งสองคนพร้อมของกลางให้ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินการต่อไป เนื่องจากต้องสงสัยว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแสกมเมอร์หรือไม่ อุปกรณ์ที่ตรวจยึดทั้งหมดจะถูกตรวจสอบว่ามีการนำไปใช้เพื่อกระทำการอันผิดกฎหมายด้วยประการใด ๆ
นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคายปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงวันหยุดยาวนี้มีประชาชนเดินทางเข้าออกประเทศเป็นจำนวนมาก ในกรณีนี้จากการสอบสวนชาวลาวสองคนเป็นการรับฝากของเข้ามาในประเทศไทย ยังโชคดีที่ไม่ใช่ยาเสพติด การที่จะข้ามประเทศ ขอให้เป็นการท่องเที่ยวส่วนตัว อย่ารับฝากของใด ๆ ห้ามรับฝากของไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือไม่ก็แล้วแต่มีความเสี่ยงสูง


