xs
xsm
sm
md
lg

อัมพวาฉลอง 18 ปี มรดกโลกภูมิภาคยูเนสโก ชวนสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าผ่าน “Amphawa Riveritage”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมุทรสงคราม - สมุทรสงครามเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 18 ปี ชุมชนริมคลองอัมพวาได้รับรางวัล UNESCO Asia-Pacific Award for Cultural Heritage Conservation พร้อมเปิดกิจกรรม “Amphawa Riveritage” และ “อัมพวา ยัง มี” เชิญชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าที่มีชีวิต เรียนรู้วิถีชุมชนดั้งเดิม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอาหารลุ่มน้ำแม่กลอง ตลอดเดือนสิงหาคม 2569

ร้อยโทพัชโรดม อุนสุวรรณ กรรมการบริหารมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า อัมพวาเป็นชุมชนเมืองเก่าที่มีอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเรือนไทย เรือนแพ เรือนแถวไม้ริมน้ำ และท่าน้ำที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนซึ่งผูกพันกับสายน้ำมายาวนาน

โครงการอนุรักษ์ชุมชนริมคลองอัมพวาได้รับรางวัลชมเชย UNESCO Asia-Pacific Award for Cultural Heritage Conservation เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2551 และในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 จะครบรอบ 18 ปีของการได้รับรางวัลอันทรงคุณค่านี้ ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวอัมพวาและคนไทย

เพื่อร่วมเฉลิมฉลองโอกาสดังกล่าว เทศบาลตำบลอัมพวา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม จัดงาน Amphawa Riveritage ระหว่างวันที่ 8-12 สิงหาคม 2569 ณ โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำคุณค่าของชุมชนมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิต

ขณะเดียวกัน ปี 2569 ยังครบรอบ 22 ปี ของการขับเคลื่อนอนุรักษ์เมืองเก่าอัมพวา จึงจัดกิจกรรม “อัมพวา ยัง มี” ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-2 สิงหาคม, 7-12 สิงหาคม, 14-16 สิงหาคม และ 21-23 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00-20.00 น. บริเวณย่านอัมพวาเมืองเก่า (Amphawa Old Town) เพื่อเชิญชวนผู้มาเยือนได้ค้นพบเสน่ห์ของเมืองเก่าที่ “ยังมี” คุณค่าให้เรียนรู้

ภายในงานนำเสนออัตลักษณ์ของอัมพวาผ่าน 4 มิติ ได้แก่ ของดี งานคราฟต์ วิถีเดิม และเรื่องราวใหม่ โดยโซน Craft & Coffee ถ่ายทอดเรื่องราวกาแฟคุณภาพและศิลปะการเบลนด์เมล็ดกาแฟร่วมกับวัตถุดิบท้องถิ่น ขณะที่โซนงานคราฟต์รวบรวมผลงานหัตถกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของชุมชน

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวอัมพวา ทั้งร้านกาแฟเตาถ่าน รถเข็นน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ร้านข้าวแกง ร้านเสริมสวยเก่าแก่ ผลผลิตจากสวนที่วางขายหน้าบ้าน รวมถึงภาพพระสงฆ์พายเรือออกบิณฑบาต ซึ่งยังคงเป็นเสน่ห์ที่หาชมได้ยาก

อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของอัมพวาในฐานะ “บางช้าง” นิวาสสถานเดิมของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ตลอดจนเรื่องราวของสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ซึ่งสะท้อนรากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันลึกซึ้งของพื้นที่

ร้อยโทพัชโรดมกล่าวทิ้งท้ายว่า อัมพวาไม่ได้มีเพียงตลาดน้ำ แต่ยังเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมอาหารของลุ่มน้ำแม่กลอง อุดมด้วยวัตถุดิบพื้นถิ่นคุณภาพ ทั้งส้มโอ ลิ้นจี่ ปลาทู กุ้งแม่น้ำ น้ำปลา กะปิ น้ำตาลมะพร้าว และเกลือ ซึ่งเป็นรากฐานของศาสตร์ด้าน Gastronomy ที่เชื่อมโยงอาหาร ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คน พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมค้นพบว่า “อัมพวา…ยังมี” คุณค่าอีกมากมายที่รอให้สัมผัสและร่วมกันสืบสานต่อไป.