สระบุรี - เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่กับงานประเพณี ตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพรรษาพระราชทาน ประจำปี 2569 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ประเพณีเก่าแก่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “หนึ่งเดียวในโลก” และสืบทอดต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม โดยมีพุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว และสื่อมวลชนเดินทางมาร่วมงานอย่างเนืองแน่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ( 27 ก.ค.)บรรยากาศ เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่กับงานประเพณี ตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพรรษาพระราชทาน ประจำปี 2569 ช่วงบ่ายเริ่มด้วยขบวนพยุหยาตรา ขบวนเจ้าเมืองสระบุรี ขบวนเทียนพรรษาพระราชทาน ขบวนรถบุปผชาติ และขบวนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เคลื่อนจากบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระพุทธบาท ผ่านถนนสายคู่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร มุ่งหน้าสู่ลานธรรมจักรและมณฑปรอยพระพุทธบาท ท่ามกลางประชาชนที่ยืนรอชมขบวนและบันทึกภาพความงดงามตลอดสองข้างทาง
เวลา 17.00 น. นายมนัสพันธ์ ดอนก้อนไพร นายอำเภอพระพุทธบาท กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ก่อนที่ นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี จะเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมนำพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษา เพื่อให้พระสงฆ์นำดอกไม้ไปบูชารอยพระพุทธบาท และประกอบพิธีล้างเท้าพระตามประเพณี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมงาน
ประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชาวอำเภอพระพุทธบาท โดยหลังจากพระสงฆ์รับบิณฑบาตแล้ว จะนำดอกเข้าพรรษาไปสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งมีความเชื่อว่าจะอำนวยอานิสงส์บุญแก่ผู้ร่วมทำบุญ
“ดอกเข้าพรรษา” จะผลิดอกเพียงปีละครั้งในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ชาวบ้านจะออกเก็บดอกไม้ตามไหล่เขาโพธิลังกา เขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวง และเขาพุ ก่อนนำมาจัดรวมกับธูปเทียนเพื่อใส่บาตรพระ กลายเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี
ตามความเชื่อ ดอกเข้าพรรษามี 3 สี ได้แก่ สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนา สีเหลือง หมายถึง พระสงฆ์ และ สีม่วง ซึ่งหายากที่สุด เชื่อกันว่าหากได้ถวายดอกสีม่วงจะได้รับอานิสงส์บุญแรงเป็นพิเศษ
สำหรับงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพรรษาพระราชทาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 กรกฎาคม 2569 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร โดยวันที่ 28-30 กรกฎาคม จะมีพิธีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและพิธีล้างเท้าพระวันละ 2 รอบ เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า และสัมผัสมนต์เสน่ห์ของประเพณีที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก.


