xs
xsm
sm
md
lg

แตกตื่นทั้งโรงพัก! ลุงวัย 61 นุ่ง กกน.ตัวเดียวถือหมวกกันน็อคขึ้นโรงพักแจ้งความรถหาย-เสื้อผ้าถูกฉกขณะลงหาปลา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา - แตกตื่นทั้งโรงพัก ! ลุงวัย 61 ปีนุ่งกางเกงในตัวเดียวถือหมวกกันน็อค เข้าแจ้งความตำรวจถูกโจรใจดำฉกทั้ง จยย.และเสื้อผ้าหนี ขณะลงวางอวนหาปลาบริเวณอ่างเก็บน้ำมาบประชัน จ.ชลบุรี สุดช้ำเสียทั้งรถเสียทั้งปลา วอนโจรคืนรถเหตุเพิ่งผ่อนได้ไม่กี่เดือน ขอ ตร.เร่งตามตัวดำเนินคดี

เมื่อเวลา 09.39 น. วันนี้ ( 27 ก.ค.) ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังติดตามทำข่าวอยู่บริเวณหน้า สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้สังเกตเห็นชายสูงวัยรายหนึ่ง สภาพนุ่งกางเกงในสีดำเพียงตัวเดียว ถือหมวกกันน็อกสีน้ำเงิน เดินขึ้นโรงพักเพื่อขอแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ช่วยติดตามรถจักรยานยนต์ที่ถูกคนร้ายขโมยได้

ทราบชื่อชายคนดังกล่าวคือ นายอานนท์ แก้วไพศาล หรือ “ลุงวัฒน์” อายุ 61 ปี ที่บอกว่าก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125 สีขาว-น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 4 กม 9215 ชลบุรี ไปวางอวนดักปลาบริเวณอ่างเก็บน้ำมาบประชัน ม. 5 ต.โป่ง อ.บางละมุง และได้จอดรถไว้ริมอ่างเก็บน้ำ ส่วนเสื้อผ้าถอดกองไว้ใกล้กับรถจักรยานยนต์ ขณะที่กุญแจรถเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง

แต่เมื่อกลับขึ้นมาบนฝั่งก็พบว่ารถจักรยานยนต์และเสื้อผ้าที่ถอดไว้ได้หายไปทั้งหมด เหลือเพียงหมวกกันน็อกและรองเท้าแตะ จนทำให้ตนเองต้องตัดสินใจนุ่งกางเกงในเพียงตัวเดียวเดินออกมาขอความช่วยเหลือจากตำรวจ


ลุงวัฒน์ ยังบอกอีกว่าก่อนลงไปวางอวนดักปลา ได้สังเกตเห็นชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่ใกล้รถจักรยานยนต์ของตนเอง แต่ไม่ได้เอะใจอะไรกระทั่งขึ้นจากน้ำ จึงพบว่าทั้งชายหญิงคู่ดังกล่าว หายไปพร้อมรถจักรยานยนต์และเสื้อผ้าของตนเอง จึงอยากฝากวอนไปยังผู้ก่อเหตุให้นำรถจักรยานยนต์มาคืน เนื่องจากเพิ่งผ่อนได้เพียงไม่กี่เดือน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ทำให้ต้องเสียรถและทรัพย์สิน แต่ยังไม่ได้ปลาที่ตั้งใจออกมาหาอีกด้วย


ขณะที่ เจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลตำบลโป่ง เผยว่าตนเองได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบชายนุ่งกางเกงในตัวเดียวเดินอยู่ริมถนนและคาดว่าจ่าจะเป็นบุคคลวิกลจริต จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ แต่เมื่อสอบถามจึงทราบว่าเป็นผู้เสียหายที่ถูกขโมยรถจักรยานยนต์และเสื้อผ้าระหว่างลงไปหาปลา ด้วยความสงสารจึงช่วยพาเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้รวบรวมหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและพื้นที่โดยรอบ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้โดยเร็ว