พะเยา – แม่ไม่ยอมความ..เดินหน้าดำเนินคดีหนุ่มวัย 24 ตบลูกสาวอายุ 4 ขวบ กลางโซนเด็กเล่น TK Park ริมกว๊านฯ ขณะที่อดีต นอภ.พ่อผู้ก่อเหตุเผยลูกชายเป็น "เด็กพิเศษแพ้เสียง" ยันพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง
ความคืบหน้า กรณีคุณแม่วัย 41 ปี รายหนึ่งเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา ดำเนินคดีกับหนุ่มอายุ 24 ปี หลังลูกสาววัย 4 ขวบ ถูกทำร้ายร่างกายบริเวณศูนย์การเรียนรู้ TK Park จังหวัดพะเยา โดยเหตุเกิดขณะเด็กหญิงร้องไห้จากการเล่นเกมแพ้ ก่อนมีภาพจากกล้องวงจรปิดเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ภายหลังเกิดเหตุ ครอบครัวของผู้ก่อเหตุได้ประสานเข้าพบคู่กรณีที่ สภ.เมืองพะเยา เพื่อพูดคุยและแสดงความรับผิดชอบ แต่การเจรจาไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากฝ่ายผู้เสียหายยืนยันไม่รับการช่วยเหลือหรือเยียวยาใด ๆ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายเพียงอย่างเดียว
วันนี้(27 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ TK Park จังหวัดพะเยา สอบถามนางมณฑากาญจน์ ปรางค์มณีรัตน์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เปิดเผยว่า TK Park เป็นพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีเด็กเล็กและเด็กโตเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทางศูนย์ได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์และกำชับให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยขณะเกิดเหตุเด็กหญิงวัย 4 ขวบร้องไห้เสียงดัง หลังเล่นเกมแพ้ ซึ่งจากข้อมูลของครอบครัวผู้ก่อเหตุ ระบุว่าชายหนุ่มวัย 24 ปีเป็นเด็กพิเศษที่มีภาวะแพ้เสียงรุนแรง จึงเกิดอาการตอบสนองต่อเสียงร้องดังกล่าว จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้านบิดาของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ลูกชายเป็นเด็กพิเศษและมีอาการแพ้เสียงอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ เสียงสุนัข เสียงไก่ และเสียงเด็กร้องไห้ ตลอดเวลาครอบครัวจะดูแลอย่างใกล้ชิด โดยให้สวมหูฟังและเปิดเพลงจากโทรศัพท์เพื่อช่วยลดผลกระทบจากเสียงรอบข้าง
สำหรับวันเกิดเหตุ ลูกชายได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ จึงเดินเข้าไปแตะหรือสะกิดบริเวณใบหน้าของเด็กหญิง เพราะต้องการให้หยุดร้อง แต่เนื่องจากลูกชายมีรูปร่างใหญ่ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เผยแพร่ออกไปจึงทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นการตบเด็ก
บิดาของผู้ก่อเหตุยืนยันว่า หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปพบคู่กรณีที่ สภ.เมืองพะเยา พร้อมแสดงความเสียใจ ขอโทษ และยินดีรับผิดชอบทุกด้าน แต่ฝ่ายผู้เสียหายไม่ยอมรับข้อเสนอ เนื่องจากกังวลว่าจะถูกกดดัน เพราะตนเคยรับราชการเป็นอดีตนายอำเภอ จึงเคารพการตัดสินใจของผู้เสียหาย และพร้อมให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามกฎหมาย


