xs
xsm
sm
md
lg

แม่เฒ่าวัย 61 ร้องสื่อ คดีทอง 7.5 บาท-เงินสด 8.5 หมื่นหาย ผ่าน 9 เดือนคดีไม่คืบ ติดใจตำรวจสอบสวนล่าช้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลพบุรี - หญิงวัย 61 ปี ชาวลพบุรี ร้องสื่อมวลชน หลังทองคำหนัก 7.50 บาท พร้อมเงินสด 85,000 บาท สูญหายจากเพิงพักเผาถ่าน ผ่านมากว่า 9 เดือนคดียังไม่คืบหน้า แม้มีผู้ต้องสงสัยและมีการตรวจดีเอ็นเอ แต่เจ้าตัวยังติดใจผลตรวจและการทำงานของพนักงานสอบสวน วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม

วันนี้(26 ก.ค.) นางติ๋ว ลารัน อายุ 61 ปี ชาวตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน พร้อมนำสำเนาใบแจ้งความและเอกสารผลการตรวจดีเอ็นเอ มาแสดงเพื่อขอความเป็นธรรม หลังคดีทรัพย์สินสูญหายยังไม่มีความคืบหน้า แม้เวลาจะผ่านมานานกว่า 9 เดือน

นางติ๋ว เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 06.00 น. ตนและสามีเดินทางไปเผาถ่านที่บริเวณหมู่บ้านนกเขาเป้า โดยนำกระเป๋าย่ามวางไว้ภายในเพิงพัก ก่อนกลับบ้านเพื่อไปตามหาหลาน เมื่อย้อนกลับมาที่เพิงพักอีกครั้ง พบว่ากระเป๋าย่ามได้หายไป ภายในมีสร้อยคอทองคำ สร้อยข้อมือ แหวน น้ำหนักรวม 7.50 บาท เงินสดจำนวน 85,000 บาท และกระเป๋าใส่เหรียญ รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 5 แสนบาท จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เพนียด

หลังเกิดเหตุ ตนและชาวบ้านช่วยกันติดตามหาเบาะแส พร้อมตั้งข้อสังเกตไปยังชายรายหนึ่งซึ่งพักอาศัยอยู่ใกล้เพิงพัก และเคยเป็นลูกจ้างช่วยเผาถ่าน โดยพบว่าภายหลังเกิดเหตุมีการใช้จ่ายเงินผิดปกติ ทั้งซื้อรถจักรยานยนต์ ซ่อมรถ และซื้อข้าวของเข้าบ้านหลายรายการ จึงแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้พนักงานสอบสวนทราบ แต่ได้รับคำชี้แจงว่าเป็นเพียงคำบอกเล่า ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดี

ต่อมา พนักงานสอบสวนได้เชิญชายคนดังกล่าวไปสอบสวนอีกครั้ง หลังพบว่ามีเงินสดติดตัวจำนวน 25,000 บาท พร้อมเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากผู้เกี่ยวข้องเพื่อตรวจพิสูจน์ อย่างไรก็ตาม นางติ๋วอ้างว่าการส่งตัวอย่างไปตรวจใช้เวลานาน เนื่องจากได้รับคำชี้แจงว่าพนักงานสอบสวนติดภารกิจและขาดงบประมาณในการเดินทาง

เมื่อผลการตรวจออกมา ระบุว่าไม่พบดีเอ็นเอของผู้เกี่ยวข้องบนธนบัตร รวมถึงไม่พบดีเอ็นเอของเจ้าของเงินที่ครอบครองธนบัตรดังกล่าว ทำให้ตนเกิดความสงสัยในผลการตรวจ ขณะที่ตำรวจได้คืนเงินจำนวนดังกล่าวให้ผู้ครอบครอง โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถยึดไว้ได้นานกว่านี้

นางติ๋ว กล่าวว่า ที่ตัดสินใจร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เพราะรู้สึกหมดหนทาง หลังติดตามคดีหลายครั้งแต่ไม่เห็นความคืบหน้า อีกทั้งเมื่อเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายความ ก็ยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบการดำเนินคดี เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม

ภายหลังรับเรื่องร้องเรียน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบยังเพิงพักจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นางติ๋วระบุว่าได้วางกระย่ามไว้ก่อนทรัพย์สินจะสูญหาย