พิษณุโลก - ชาวไร่วังทอง ทำได้..ปลูกอินทผลัมที่ไทยแห่นำเข้าสายพันธุ์ต่างประเทศ-แห่ปลูกกันเป็นล้านๆต้น ผลผลิตออกเป็นแสนตันต่อปี จนล้นตลาดราคาตก หันพัฒนาสายพันธุ์เอง เพาะเมล็ดเกรดพรีเมี่ยม ราคาดีไม่มีตกขายได้ลูกละ 500 หรือทั้งต้นรวมผล 5 พัน- 2 หมื่น
นายศุภชัย อินทรัตน์ อายุ 46 ปี เจ้าของไร่อินทรัตน์ 23/1 หมู่ที่ 21 ตำบลบ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เปิดเผยถึงสถานการณ์อินทผลัม ถ้าเป็นสายพันธุ์เดิมๆราคาตกต่ำ เนื่องจากปลูกกันเป็นจำนวนมากในห้วง 6-7 ปีที่ผ่านมา มีการนำเข้าต้นพันธุ์เป็นล้านต้น ผลผลิตออกมาเป็นแสนๆตัน เรียกว่าอินทผลัม ล้นตลาด ฉุดราคาตกต่ำ
ซึ่งไร่อินทรัตน์ เพาะปลูกผลไม้หลายชนิด เช่น ลิ้นจี่ ทุเรียน ส้มโอ รวมทั้งมีอินทผลัม เล็งเห็นและทราบดี จึงได้มุ่งพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ทำอย่างไรให้รสชาติผลอินทผลัม ไม่ติดฝาด เนื่องจากนิสัยคนไทย ชอบ”หวาน” กระทั่งได้อินทผลัมสายพันธุ์ไทยกว่า 40 สายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์ที่เพาะปลูกด้วยเมล็ด ผสมพันธุ์ใหม่ด้วยตนเองทั้งแปลง ทุกต้นมีทะเบียนประวัติพ่อแม่พันธุ์ชัดเจน ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์ต่อเนื่องห้วง 10 ปีที่ผ่านมา จนทิ้งสายพันธุ์เดิมไปหมดแล้ว ผลผลิตทุกต้นออกมา รสชาติต้องหวาน กรอบ ลูกใหญ่ ไม่ฝาด
โดยอินทผลัมที่ได้รับความนิยม คือ สายพันธุ์ R.O (อาร์ศูนย์) สายพันธุ์จากประเทศอินเดีย เป็นสายพันธุ์หลักที่นำมาพัฒนาต่อยอดได้หลายสายพันธุ์ หวานกรอบ ไม่ติดฝาด ได้ผลผลิต ล่าสุดน้องใหม่ อันทผลัมผลสีม่วง( พันธุ์ไวโอเล็ต ) ผลใหญ่ ดก ถือเป็นแห่งแรกของเมืองไทยก็ว่าได้ ซึ่งผลเป็นสีม่วงแล้วไม่ติดฝาด มีการสั่งจองจำนวนมาก
ส่วนของดี การันตีมาตรฐานความหวาน ยังคงเป็น R.O สายพันธุ์ G-1 ผลใหญ่ สีแดงสด ลูกยักษ์ รสชาติหวาน กรอบ เนื้อแน่น ราคาจำหน่ายทั้งต้นและผลผลิต สูงถึงต้นละ 20,000 บาทพอๆกับผลสีม่วง
ขณะนี้บนแปลงที่ดิน 20 ไร่จึงเต็มไปด้วย สายพันธุ์ R.O (อาร์ศูนย์) เด่นที่สุดคือสายพันธุ์ R.0-3 (อาร์ศูนย์สาม) ลักษณะสีส้มทูโทน ผลใหญ่ รสชาติหวานจัดเปลือกบาง และ ม่วงไวโอเล็ต ไม่แตกไม่ร่วงง่าย เก็บเกี่ยวไว รสชาติหวานอร่อย ไม่ติดฝาด
และด้วยปัญหาราคาอินทผลัมที่ตกต่ำ ไร่อินทรัตน์จึงแหวกแนว ทำตลาดใน 2 รูปแบบ คือ จำหน่ายผล สำหรับชิม-นำเมล็ดไปขยายพันธุ์ และจำหน่ายต้นพันธุ์ที่ผ่านการแยกเพศแล้วด้วยวิธีตรวจดีเอ็นเอ นำปลูก 2-3 ปีก็ติดผลแล้ว หรืออาจเลือกต้นที่ออกผลผลิตแล้วได้ทั้งต้นและผลอินทผลัมพร้อมรับประทาน ซึ่งต้นพันธุ์ที่ติดผลแล้วจำหน่ายต้นละ 5,000 - 20,000 บาท
ล่าสุดกำลัง”ล้อม”ต้นอินทผลัมอายุ 2 ปี เตรียมส่งขายต้นพันธุ์ให้แก่ลูกค้าจังหวัดเพชรบูรณ์นำไปปลูก คาดว่าฤดูกาลหน้าสามารถติดผลได้แล้ว
นายศุภชัย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา มีผลงานการันตี ผ่านการประกวดระดับประเทศมาแล้ว ในงาน” ชิมอินทผลัมสายพันธุ์ไทย ครั้งที่ 2 ” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ได้รับรางวัล 2 ใน 5 ถ้วย(ใบประกาศเกียรติบัตร) คือ สายพันธุ์ R.O (อาร์ศูนย์) ตระกูล B -83 ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภท “ผลใหญ่”ที่สุด และ สายพันธุ์ R.0-3 (อาร์ศูนย์สาม) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ประเภท “รสชาติดีเด่น” จุดเด่น คือ เนื้อนุ่ม เปลือกบาง รสชาติหวานจัด ซึ่งจำหน่ายกิโลกรัมละ 20,000 บาท หรือ เมล็ดละ 500 บาท
ส่วนสายพันธุ์ไวโอเล็ต ยังไม่ได้ส่งประกวด เพราะเพิ่งพัฒนาสายพันธุ์ จนกระทั่ง ผลใหญ่ สีม่วง ไม่ติดฝาด จึงถือเป็นน้องใหม่แห่งแรกของวงการอินทผลัมเพาะเมล็ด กำลังได้รับความสนใจ ความแปลกใหม่
ขณะนี้ไร่อินทรัตน์ จัดทำชุดกิ๊ฟเซ็ตเมล็ดพันธุ์อินทผลัมสายพันธุ์ต่างๆ ลูกค้าสามารถรับประทานเพื่อรู้รสชาติแต่ละสายพันธุ์ก่อนนำไปเพาะปลูก 1 กล่องมี 10 สายพันธุ์ กล่องเล็ก 1,200 บาท และกล่องใหญ่ 2,000 บาท , กิ๊ฟเซ็ต กล่องจิ๋ว ผลเดียว 500 บาทเป็นสายพันธุ์เด็ดสุด คือ สายพันธุ์ G-1 ผลใหญ่ ออกนอกฤดูได้ด้วย การันตีอัตราการงอก 80% ผู้ที่สนใจต้นพันธุ์อินทผลัมแยกเพศเมียแล้ว ผ่านการตรวจ DNA และคัดเลือกต้นพ่อแม่พันธ์อย่างดีจำนวน 450 ต้น จากทั้งหมด 11 คู่ผสม สามารถติดต่อ Facebook “อินทผลัม ไร่อินทรัตน์” หรือ 0894602483


