ศูนย์ข่าวศรีราชา- ทีมพัทยา 2030 ยื่นหนังสือนายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ สอบโครงการชาวจีนขายสิทธิ์ครอบครอง 30 ปีในพื้นที่ซอยหนองหิน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตั้ง 6 ข้อสงสัย เรียกร้อง 4 หน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ
วันนี้ ( 24 ก.ค.) นายวรัญญู หรรษาขจร ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการภาคประชาชนเพื่อการพัฒนาเมือง - ทีมพัทยา 2030 พร้อมคณะได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองหนองปรือ เพื่อขอให้ตรวจสอบการก่อสร้างโครงการบ้านพัก บริเวณซอยหนองหิน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อขอให้พิจารณาระงับการก่อสร้างไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ
หลังพบว่ามีการขายสิทธิ์ให้กับคนจีนโดยสามารถครอบครอง 30 ปี มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่ประเทศจีน และมีการแบ่งแปลนที่ดินเป็น 9 แปลง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฏหมายสิ่งแวดล้อม
นอกจากนั้นยังได้จัดทำสำเนาหนังสือร้องเรียนอีก 4 ฉบับ เพื่อส่งไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี, เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง เพื่อให้ร่วมตรวจสอบในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการภาคประชาชนเพื่อการพัฒนาเมือง - ทีมพัทยา 2030 เผยว่าทางทีมฯ ได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบล่าสุดพบว่าโครงการยังมีการดำเนินงานก่อสร้าง ทั้งงานระบบสาธารณูปโภคและงานวางระบบต่าง ๆ
จึงเห็นว่าควรยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และชี้แจงต่อประชาชนให้เกิดความชัดเจน
สำหรับรายละเอียดในหนังสือร้องเรียน มีการตั้งข้อสงสัยและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบใน 6 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย
1. การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
2. การแบ่งแยกโฉนดที่ดินออกเป็น 9 แปลงย่อย เพื่อนำไปยื่นขออนุญาตก่อสร้างในลักษณะอาคารพักอาศัยรวม เป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง หรือเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินหรือไม่
3. ระบบจัดการสิ่งแวดล้อมของโครงการ ทั้งระบบระบายน้ำ น้ำเสีย ฝุ่น และเสียง มีมาตรฐานและเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากโครงการมีขนาดใหญ่กว่า 200 ห้อง
4. การประชาสัมพันธ์และเสนอขายโครงการที่มุ่งเป้าไปยังลูกค้าชาวจีน รวมทั้งการใช้สื่อโฆษณาภาษาจีน เป็นการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
5. การโฆษณารูปแบบการเช่าระยะยาว 30 ปี พร้อมเงื่อนไขต่อสัญญา ซึ่งทีมพัทยา 2030 ระบุว่าเอกสารที่รวบรวมได้มีลักษณะรวมระยะเวลาถึง 90 ปี สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายหรือไม่
และ 6. การใช้แรงงานต่างด้าวในการก่อสร้าง ได้รับอนุญาตและมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
นายวรัญญู ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการภาคประชาชนฯ ยังกล่าวอีกว่าหนังสือร้องเรียนฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขอให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง และตอบข้อสงสัยของประชาชน โดยมิได้กล่าวหาว่ามีการกระทำผิด พร้อมย้ำว่าทีมพัทยา 2030 ไม่มีความขัดแย้งกับหน่วยงานใด แต่ทำหน้าที่ในฐานะภาคประชาชนที่ต้องการเห็นความโปร่งใส และต้องการให้การพัฒนาเมืองเป็นไปตามกฎหมาย
ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามกฎหมาย ทีมพัทยา 2030 ก็พร้อมรับฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่หากพบช่องว่างของกฎหมายหรือประเด็นที่ควรได้รับการทบทวน ก็จะผลักดันให้มีการเสนอเรื่องต่อหน่วยงานในระดับที่สูงขึ้น เพื่อพิจารณาแก้ไขกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป


