xs
xsm
sm
md
lg

คณะสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) ลุยป่าช่วย “สีดอทองม้วน” ช้างป่าเจ็บขาหนัก เดินลำบาก เร่งรักษาต่อเนื่องหวังคืนสู่ธรรมชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาญจนบุรี - ทีมสัตวแพทย์สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือ “สีดอทองม้วน” ช้างป่าเพศผู้ อายุ 35-40 ปี หลังพบมีอาการบวมที่ขาหลังซ้าย เดินลำบากนอกเขตอนุรักษ์ วางแผนให้ยาอย่างรัดกุม ทั้งฉีดยาและซ่อนยาในกล้วยน้ำว้า พร้อมใช้โดรนติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (24 ก.ค.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยความคืบหน้าภารกิจช่วยเหลือ “สีดอทองม้วน” ช้างป่าเพศผู้ไม่มีงา อายุประมาณ 35-40 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาหลังซ้าย โดยทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ดำเนินการรักษาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 เพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้กลับมาใช้ชีวิตในธรรมชาติได้ตามปกติ

นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือช้างป่าและสัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้สัตว์ป่าฟื้นตัวและสามารถกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย

ด้านนายสุทธิชัย โผภูเขียว หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งพบ “สีดอทองม้วน” อยู่บริเวณนอกพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มีอาการบวมอย่างชัดเจนที่ขาหลังซ้าย ส่งผลให้เดินลำบาก จึงเร่งประสานทีมสัตวแพทย์เข้าดำเนินการรักษา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้เข้าปฏิบัติการรักษาเป็นครั้งที่ 4 โดยวางแผนให้ยาอย่างรัดกุม เพื่อลดความเครียดและความเสี่ยงต่อช้างป่า เริ่มจากฉีดยาบรรเทาอาการปวด Tramadol จำนวน 1 เข็ม ก่อนใช้วิธีซ่อนยาเม็ดไว้ในกล้วยน้ำว้า ซึ่งประกอบด้วยยาลดปวดและลดการอักเสบ ยาปฏิชีวนะ ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร รวมทั้งวิตามินและสารอาหารบำรุงร่างกาย พร้อมฉีดพ่นยาบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณขาหลังซ้ายที่ได้รับบาดเจ็บ

ผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดย “สีดอทองม้วน” กินยาที่ผสมในกล้วยน้ำว้าครบตามปริมาณที่กำหนด ทำให้ทีมสัตวแพทย์สามารถดำเนินแผนการรักษาได้ตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระยังคงติดตามอาการและพฤติกรรมของช้างป่าอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) บินสำรวจประเมินสภาพร่างกาย เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับทีมสัตวแพทย์ในการวางแผนรักษาและฟื้นฟูสุขภาพอย่างต่อเนื่อง จนกว่าช้างป่าจะกลับมาแข็งแรงและสามารถใช้ชีวิตในป่าธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย.