xs
xsm
sm
md
lg

อนุทิน” มอบนโยบายความมั่นคงชลบุรี สั่งทุกจังหวัดปราบยาเสพติดเข้มข้นต่อเนื่อง 90 วัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





ศูนย์ข่าวศรีราชา-
"อนุทิน” มอบนโยบายความมั่นคงชลบุรี หนุนเจ้าหน้าที่ทำงาน “สุดซอย” ปราบอิทธิพล-ยาเสพติด-แก๊งสแกม ยกระดับความปลอดภัยพื้นที่เศรษฐกิจ สั่งทุกจังหวัดเดินหน้าปราบยาเสพติดเข้มข้นต่อเนื่อง 90 วัน

วันนี้ ( 22 ก.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายด้านการขับเคลื่อนงานความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ จ.ชลบุรี ณ ศูนย์ประชุมสวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความปลอดภัยของประชาชน และความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บ่อนการพนันผิดกฎหมาย สถานบริการผิดกฎหมาย รวมถึงเครือข่ายผู้มีอิทธิพล

พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะสนับสนุนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ไม่มีการแทรกแซงหรือกดดัน ให้เดินหน้าปราบปรามผู้กระทำผิดแบบ “สุดซอย” ภายใต้แนวคิด “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”


ทั้งนี้ จ.ชลบุรี ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ จึงต้องยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการป้องกันอาชญากรรมให้เป็นต้นแบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักลงทุน และนักท่องเที่ยว พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ทำร้ายนักท่องเที่ยว ผู้กระทำผิดกฎหมาย รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นอำพรางหรือการใช้นอมินี

นายกรัฐมนตรี ยังให้คำมั่นว่า เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ยึดหลักกฎหมาย และทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ

โดยการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นแกนหลักในการบูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ วางแผนเชิงรุก และสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคาม โดยเฉพาะยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้มีอิทธิพล

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นต่อเนื่องเป็นเวลา 90 วัน เพื่อตัดวงจรการค้า การลำเลียง การแพร่ระบาด และการเสพยาเสพติด โดยกำหนดให้การทำงานร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเป็นหนึ่งในตัวชี้วัด (KPI) เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรร


ด้านการควบคุมอาวุธปืน นายกรัฐมนตรีระบุว่า การพกพาอาวุธปืนควรจำกัดเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมย้ำว่ากระทรวงมหาดไทยได้เข้มงวดการออกและต่ออายุใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน และยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้ากระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควบคู่กับการสร้างความมั่นคงในทุกพื้นที่

นายอนุทินยังย้ำว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ต้องหวั่นเกรงต่ออิทธิพลหรือแรงกดดันจากบุคคลใด เพราะรัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมผลักดันการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ประกาศจุดยืนต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการทุจริตในการสอบและการรับราชการ ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายคุณภาพบุคลากรภาครัฐและอนาคตของประเทศ พร้อมยืนยันว่า ตลอดการดำรงตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาล จะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับผู้กระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลหรือบุคคลใกล้ชิด หากมีการร้องขอความช่วยเหลือในเรื่องที่ไม่ถูกต้องก็จะปฏิเสธอย่างเด็ดขาด และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนยืนหยัดในหลักการเดียวกัน

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประเทศ โดยระบุว่า ประเทศไทยยังคงมีระบบกฎหมาย ระบบยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันการฟอกเงิน และระบบภาษีที่ได้รับความเชื่อถือ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว


พร้อมกันนี้ ได้ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ที่ร่วมกันรักษามาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน จนเป็นรากฐานสำคัญในการรองรับการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และยืนยันว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับศักยภาพของประเทศ และรองรับการลงทุนกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป.