xs
xsm
sm
md
lg

กระบะพลิกคว่ำหัวทิ่มโคลนตา-ยายพร้อมเด็กขวบกว่าติดในรถโชคดีชาวบ้านช่วยทัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี - ระทึก! กระบะเสียหลักพลิกคว่ำหัวทิ่มโคลน ตา-ยายและหลานเวัย 1 ขวบ 2 เดือน ติดอยู่ในรถ บีบแตรเสี่ยงดังลั่น ชาวบ้านขับรถผ่านได้ยินรีบขุดโคลนช่วยชีวิต ก่อนกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาล


เมื่อเวลา 13.50 น. วันนี้(22 ก.ค.)ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 จังหวัดอุดรธานี รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะพลิกคว่ำ มีคนติดอยู่ภายในรถ บริเวณถนนสายบ้านนาเพลิน มุ่งหน้าอำเภอหนองหาน จ.อุดรธานี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี จุดบริการหนองหาน และหน่วยกู้ชีพ อบต.สะแบง เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบรถกระบะพลิกคว่ำตกลงข้างทาง สภาพหัวเก๋งจมอยู่ในโคลน ขณะที่ผู้ติดอยู่ภายใน ถูกพลเมืองดีช่วยเหลือออกมาได้ก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง โดยผู้ประสบเหตุทั้ง 3 คน เนื้อตัวและเสื้อผ้าเปื้อนโคลนไปทั้งตัว เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งปฐมพยาบาล ใช้น้ำสะอาดล้างใบหน้าและร่างกาย ใช้น้ำเกลือล้างดวงตา ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลหนองหาน

เบื้องต้นทราบว่าผู้โดยสารในรถมีทั้งหมด 3 คน ได้แก่ ชายอายุ 59 ปี หญิงอายุ 55 ปี และเด็กอายุ 1 ปี 2 เดือน โดยทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บ


ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความโกลาหล นายปาน อายุ 58 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กลายเป็นฮีโร่ของเหตุการณ์ครั้งนี้ หลังขับรถผ่านมาพอดี ได้ยินเสียงเบรกและเสียงบีบแตรขอความช่วยเหลือ จึงรีบจอดรถแล้ววิ่งเข้าไปดู เมื่อพบว่ามีผู้ติดอยู่ภายในรถที่หัวเก๋งจมโคลน จึงไม่รอช้า ชวนชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงช่วยกันใช้มือขุดโคลนบริเวณหัวรถและกระจก เพื่อเปิดทางนำผู้บาดเจ็บออกมา โดยเฉพาะเด็กวัยเพียง 1 ปี 2 เดือน ที่ทุกคนต่างเร่งช่วยกันอย่างสุดกำลัง จนสามารถช่วยชีวิตทั้ง 3 คนออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเดินทางมาถึง

นายปาน เล่าว่า ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร นอกจากต้องรีบช่วยคน เพราะเกรงว่าหากปล่อยไว้นาน ผู้ที่ติดอยู่ภายในรถอาจได้รับอันตรายมากกว่านี้ การตัดสินใจเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีของนายปาน ได้รับคำชื่นชมจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่าเป็น ฮีโร่พลเมืองดี ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุทั้ง 3 คนไว้ได้อย่างหวุดหวิด


ด้าน นายเอกพันธ์ ลายกิ่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี จุดบริการหนองหาน เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุได้รีบนำกำลังออกตรวจสอบทันที เมื่อไปถึงพบว่าพลเมืองดีได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บออกมาจากรถแล้ว เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นคุณตา คุณยาย และหลานวัย 1 ปี 2 เดือน ซึ่งเดินทางมาด้วยกันทั้งหมด อุบัติเหตุครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่มีพลเมืองดีผ่านมาเห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่เกิดความสูญเสียถึงชีวิต

นายเอกพันธ์ยังฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนว่า ช่วงนี้ในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้พื้นผิวถนนลื่น ผู้ขับขี่ควรใช้ความเร็วต่ำ เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ


ต่อมา น.ส.อนิษา หรือ "ตูน" มารดาของเด็กวัย 1 ปี 2 เดือน เดินทางมายังจุดเกิดเหตุด้วยความตกใจ แต่รู้สึกโล่งใจเมื่อทราบว่าลูกปลอดภัย โดยเปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน ลูกเกือบถูกรถชน หลังวิ่งออกไปตัดหน้ารถมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เคราะห์ดีไม่เป็นอะไร กระทั่งช่วงบ่ายลูกเดินทางไปกับตาและยาย ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุอีกครั้ง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นถนน 2 เลนสวนกัน และในช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมีฝนตก ทำให้พื้นผิวถนนเปียกลื่น เบื้องต้นคาดว่ารถอาจเสียหลักขณะขับขี่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุอย่างละเอียดต่อไป