xs
xsm
sm
md
lg

ฝึก TOC-EX 15 ยกระดับแผนรับมือ “น้ำมัน-สารเคมีรั่วไหล” บูรณาการรัฐ-เอกชน เสริมความพร้อมระดับชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา - กรมเจ้าท่า ร่วมกับบริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) เปิดการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 15 (TOC-EX 15) ที่โรงกลั่นบางจาก ศรีราชา จ.ชลบุรี มุ่งทดสอบระบบบัญชาการเหตุการณ์ ยกระดับการบูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ

วันนี้ (22 ก.ค.) นายธนาธิป จันทรภักดี ผู้เชี่ยวชาญสำนักความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมทางน้ำ กรมเจ้าท่า เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดจัดการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์แห่งชาติ ครั้งที่ 15 (15th Thailand Oil and Chemical Spill Response Exercise : TOC-EX 15) ระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2569 ณ โรงกลั่นบางจาก ศรีราชา จังหวัดชลบุรี

โดยการฝึกครั้งนี้มีผู้แทนจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ได้แก่ GISEA, Oil Spill Response Limited (OSRL), ITOPF ตัวแทนชุมชน สื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายธนาธิป เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมปฏิบัติการรับมือเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลในครั้งนี้ เป็นการจำลองสถานการณ์เริ่มต้นจากการเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลภายในท่าเรือ ซึ่งอาจเกิดจากการขนถ่ายหรือกิจกรรมอื่น ก่อนยกระดับสถานการณ์ให้เข้าสู่การใช้ แผนปฏิบัติการระดับชาติ เพื่อทดสอบการบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมควบคุมมลพิษ และภาคเอกชน ภายใต้ ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System : ICS)

สำหรับเป้าหมายของการฝึกครั้งนี้ เพื่อทดสอบความพร้อมของแผนเผชิญเหตุขจัดคราบน้ำมันของกรมเจ้าท่า ควบคู่กับแผนระดับชาติ รองรับสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลทั้ง 3 ระดับ โดยเน้นการทดสอบระบบบัญชาการ การสื่อสาร การวางแผน การตอบโต้เหตุในทะเล ตลอดจนการใช้อุปกรณ์จริง เช่น เรือและทุ่นกักคราบน้ำมัน (Boom) เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

นายธนาธิป กล่าวอีกว่า ทุกเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลที่ผ่านมาได้นำมาถอดบทเรียนเพื่อพัฒนาการรับมือ โดยยกตัวอย่างกรณีน้ำมันรั่วไหลในจังหวัดภูเก็ต แม้พื้นที่จะไม่มีโรงกลั่นน้ำมัน แต่ยังมีความเสี่ยงจากเรือที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จึงจำเป็นต้องมีความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และบริหารจัดการตามระบบ ICS พร้อมบูรณาการทรัพยากรจากทุกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถควบคุมและขจัดคราบน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนการสร้างความมั่นใจให้ประชาชน หากเกิดเหตุการณ์จริง พลเรือโท ชลธิศ ระบุว่า ประเทศไทยมี แผนปฏิบัติการระดับชาติ ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ การป้องกัน การขจัด และการฟื้นฟู โดยเมื่อเกิดเหตุจะดำเนินการขจัดคราบน้ำมันด้วยวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ทุ่นกักคราบน้ำมัน การใช้อุปกรณ์ดูดเก็บน้ำมัน หรือการใช้สารขจัดคราบน้ำมัน ภายใต้หลักการสำคัญคือ ต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเล พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการให้เหมาะสมตามสถานการณ์ เพื่อควบคุมผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่.

ด้านนางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า BSRC ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัย การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยการได้รับเกียรติให้เป็นสถานที่จัดการฝึกครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับศักยภาพการป้องกันและรับมือเหตุการณ์น้ำมันและสารเคมีรั่วไหลทางน้ำ

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 3 วันของการฝึก ผู้เข้าร่วมจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ฝึกปฏิบัติร่วมกัน และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการตอบโต้เหตุการณ์จริง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ.