xs
xsm
sm
md
lg

"วิกฤตแม่น้ำสองสี" ลำน้ำบางปะกงส่งผลเรือนำเที่ยวชมโลมา -​แหล่งเลี้ยงปลาในกระชัง ล่มสลาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฉะเชิงเทรา -​ "วิกฤต​แม่น้ำสองสี" ลำน้ำบางปะกงตอนกลาง ช่วง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ผลพ่วงโรงงานลอบปล่อยน้ำทิ้งกระทบชีวิตชุมชมริมน้ำหนักขึ้นเรื่อยๆ เห็นชัด "โลมา" ขยาดไม่กล้าเข้าใกล้ปากอ่าว ทำอาชีพเรือนำเที่ยว -​แหล่งเลี้ยงปลากะพงในกระชัง ล่มสลาย

วันนี้ (22 ก.ค.)​ ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพน้ำ บริเวณสะพานพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยากูร) ข้ามแม่น้ำบางปะกงใกล้ที่ว่าการ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ว่ายังคงเกิดปรากฏการณ์แม่น้ำสองสีคือ มีลักษณะเป็น​สีแดงขุ่นข้นสลับกับสีขาว อย่างต่อเนื่อง

โดยชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ปรากฎการณ์ดังกล่าวจะเห็นได้เด่นชัดในช่วงที่กระแสน้ำไหลลงตามระดับน้ำทะเล และจะเกิดขึ้นเฉพาะที่บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงแห่งนี้เท่านั้น จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่า มวลน้ำที่มีสีสันผิดปกติเหล่านี้ถูกปล่อยออกมาจากท่อระบายน้ำบริเวณใต้แนวของสะพานหรือไม่

เนื่องจากขณะนี้ได้มีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เข้ามาก่อตั้งโรงงาน และเคยวางท่อระบายน้ำทิ้งออกมาจากโรงงานเป็นระยะทางยาวกว่า 10 กิโลเมตรจากในพื้นที่ ต.ลาดขวาง เพื่อมาระบายทิ้งลงสู่แม่น้ำบางปะกง


นายปรีชา สุวรรณ์ อายุ 82 ปี ชาวบ้าน ม. 1 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา อดีตผู้ประกอบการเดินเรือพาเที่ยวชมโลมาและรับลอยอังคารบริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง เล่าว่า ฝูงโลมา ที่เคยเข้ามาล่าเหยื่อหาอาหารบริเวณปากอ่าวบางปะกงในช่วงปลายฝนต้นหนาว ไม่ปรากฏ​ให้เห็นในเขตลำน้ำบางปะกงมานานนับ 10 ปีแล้ว

เนื่องจากลำน้ำแห่งนี้มีปัญหาเกิดขึ้นหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องน้ำเสีย ที่ทำให้จำนวนกุ้งและปลา ในแม่น้ำลดน้อยลง ประกอบกับปัจจุบันเริ่มมีภาคอุตสาหกรรม และท่าเรือขนถ่ายสินค้าเข้ามาก่อตั้งในพื้นที่ จึงทำให้มีเรือขนาดใหญ่เข้ามาจอดบริเวณปากอ่าวเป็นจำนวนมาก

" ปัจจุบัน การเลี้ยงปลากะพงในกระชัง ที่เกษตรกรเคยปักกระชังเลี้ยงกันจนแน่นตลอดแนวปากอ่าวทั้ง 2 ด้านของลำน้ำ ก็ไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะเกิดปัญหาน้ำเสียที่ถูกระบายออกสู่ในแม่น้ำอยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้อาหารของ โลมา ลดน้อยตามไปด้วย โดยเฉพาะ ปลาดุกทะเล และปลากด ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของโลมา "


นายปรีชา ยังเล่าอีกว่าในอดีตบริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง ถือเป็นแหล่งที่มีการเลี้ยง ปลากะพง ในกระชังกันมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ จึงอยากให้ทั้งชาวบ้านและผู้ประกอบการ มีความรับผิดชอบในการช่วยกันรักษาแม่น้ำให้สะอาด ลดปริมาณการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำสายสำคัญแห่งนี้

" ที่ผ่านมาก็พยายามที่จะพูดเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้กับทั้งนักท่องเที่ยว รวมถึงองค์กรต่างๆทีืเข้ามาทำกิจกรรม CSR ในพื้นที่เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญขอวแหล่งน้ำที่สะอาด ซึ่งหากน้ำไม่ดีแบ้วทั้งคนและสัตว์ก็อยู่ไม่ได้ แต่คนเราในสมัยนี้ จิตสำนึกตรงจุดนี้จะไม่ค่อยมีกันนัก และมักทิ้งสิ่งสกปรกลงแม่น้ำกันแบบง่ายๆ จนทำให้อาชีพนำนักท่องเที่ยวล่องเรือชม โลมา ในปัจจุบันไม่มีความคึกคักเหมือนเดิม สาเหตุเพราะ โลมา ไม่เข้ามาใกล้แม่น้ำบางปะกงแล้ว"

และหากนักท่องเที่ยวต้องการที่จะเที่ยวชม โลมา ก็หาดูได้ยากและจะต้อวนั่งเรือออกไปไกลซึ่งอาจต้องใช้เวลานานอย่างน้อยประม่ณ 3- 5 ชั่วโมงต่อครั้ง ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

ปัที่สำคัญ ปัจจุบันเรือพาเที่ยวชมโลมาไม่มีแล้ว ส่วนเรือของตนเองที่มีก็จะออกให้บริการเป็นครั้งคราวเท่านั้น และปัจจุบัน​ก็เหลือเพียงลำเดียวที่ยังรับจ้างพาออกไปยังปากอ่าวฯได้