สระบุรี – แม่สามเณรวัย 15 ปี เปิดใจหลังได้รับข้อความจากลูกชายว่าโดนตบจึง รีบเดินทางไปวัด ก่อนทราบชนวนเหตุจากความเข้าใจผิดเรื่องโต๊ะเขียนหนังสือ ยืนยันไม่ยอมความและเตรียมแจ้งความดำเนินคดีพระคู่กรณี ขณะที่วัดมีคำสั่งนิมนต์พระรูปดังกล่าวออกจากวัดแล้ว
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Thannaphant Aonnong Wicharapol" โพสต์คลิปเหตุการณ์พระสงฆ์รูปหนึ่งใช้กำลังตบหน้าสามเณร ภายในวัดสมุหประดิษฐาราม อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ โดยต่อมาทางวัดได้ชี้แจงว่า เจ้าอาวาสได้เรียกสอบข้อเท็จจริงและมีคำสั่งนิมนต์พระรูปดังกล่าวออกจากวัดภายใน 1 ชั่วโมง เนื่องจากประพฤติตนไม่เหมาะสมและขาดความเคารพต่อพระผู้ปกครอง
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับ "เณรอิคคิว" อายุ 15 ปี สามเณรผู้เสียหาย ซึ่งยังอยู่ในอาการหวาดผวาและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสามเณรเล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากความเข้าใจผิดเรื่องโต๊ะเขียนหนังสือที่ตนขออนุญาตยืมจากพระผู้รับฝากอย่างถูกต้อง เพื่อนำมาใช้ทำการบ้านและพักผ่อน ก่อนจะลากโต๊ะมาไว้หน้ากุฏิ
กระทั่งพระเจ้าของโต๊ะกลับมาพบเห็น และเข้าใจว่าตนนำโต๊ะไปโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง ก่อนเดินเข้ามาตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง 1 ครั้ง ทำให้รู้สึกเจ็บบริเวณกรามและลำคอ จากนั้นยังถูกไล่ออกจากกุฏิ จนต้องเดินไปร้องไห้อยู่หน้าโบสถ์ ก่อนโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากญาติและโยมแม่ พร้อมยืนยันว่ารู้สึกเสียใจและไม่เข้าใจว่าตนทำผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องถูกทำร้ายร่างกาย
ด้าน น.ส.ธัญณภัสศ์ วิชระพล อายุ 43 ปี โยมแม่ของสามเณร เปิดเผยว่า ทราบเรื่องหลังลูกชายส่งข้อความมาว่า "ให้มาที่วัดหน่อยครับโยมแม่ ผมโดนตบครับ" จึงรีบเดินทางมาทันที เมื่อสอบถามข้อเท็จจริงพบว่าต้นเหตุเป็นเพียงเรื่องโต๊ะเขียนหนังสือเท่านั้น
แม่เณร ระบุว่า พระคู่กรณีมีอายุกว่า 60 ปี ขณะที่ลูกชายอายุเพียง 15 ปี หากเด็กทำผิดก็ควรเรียกมาตักเตือนหรืออบรมด้วยเหตุผล ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงกับเด็กเช่นนี้
นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า สาเหตุที่นำคลิปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพราะหลังเกิดเหตุพระรูปดังกล่าวไม่มีท่าทีสำนึกผิด อีกทั้งยังพูดในลักษณะท้าทายให้ไปแจ้งความ โดยยืนยันว่าจะไม่ยอมความ และจะนำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.เสาไห้ เพื่อให้ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายจนถึงที่สุด
เบื้องต้น ผู้ปกครองเตรียมนำคลิปวิดีโอและพยานหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เสาไห้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


