ลำปาง – กรรมการชุมชนทนไม่ไหว ทั้งโพสต์โซเชียลฯ-พายื่นอุทธรณ์ สองตายายอยู่บ้านสุดโทรมริมคลองน้ำดำคล้ำเหมือนสลัมกลางลำปาง ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจน ตาขับซาเล้งเครื่องติดๆ ดับๆ รับจ้าง-ยายแยกของเก่าขาย เลี้ยงลูก-หลานเหลน โรครุมรวม 5 ชีวิต บางวันต้องอาศัยข้าวก้นบาตรพระ ระบบบอกมีรถหลายคัน
ยายเหรียญทอง เกตุแก้ว อายุ 68 ปี และ ตาธรรม หน้าชม อายุ 75 ปี ร่ำให้ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูสภาพบ้าน หลังจากกรรมการชุมชนได้ร้องขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวสองตายาย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุมชนกำแพงเมือง เขตเทศบาลนครลำปาง ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการทั้ง 2 คน ทั้งๆที่ก่อนนี้ได้รับสิทธิ์ตลอด แต่ครั้งนี้ไม่ผ่านด้วยเหตุที่ถูกระบุว่า..มีรถหลายคัน
บ้านของตาธรรม-ยายเหรียญทอง ตั้งอยู่ริมห้วยแม่กระติ๊บ ซึ่งอยู่ในสภาพที่สกปรก วัชพืชขึ้นเต็มลำห้วย สภาพน้ำเป็นสีดำ มีกลิ่น และยุงชุมมาก หากมองผิวเผินคิดว่าเป็นสลัมก็ว่าได้ เป็นบ้านชั้นเดียวและทำเป็นเพิงสังกะสีเก่า ตั้งแต่หน้าบ้านเข้าไปในบ้านล้วนมีแต่ของเก่าที่ลูกสาวซึ่งเป็นโรคอ้วนเดินไม่ค่อยสะดวก ขี่ จยย.เก่า ไปเก็บตามสถานที่ต่างๆ ในเวลากลางคืนเพราะไม่ค่อยมีรถและอากาศไม่ร้อน เพื่อนำมาให้แม่คือยายเหรียญทองแยกและนำไปขาย ข้าวของเครื่องใช้ล้วนแต่เป็นของที่ได้รับบริจาคและได้มาจากการเก็บของเก่า การทำอาหารยังใช้ฟืนทำอาหาร
ยายเหรียญทอง และ ตาธรรม เล่าว่าที่บ้านหลังนี้อยู่ด้วยกัน 5 ชีวิต คือตัวเองสามี-ภรรยา ลูกสาว หลานและเหลน ซึ่งตาธรรมก็มีโรครุมเร้าทั้งเบาหวาน หอบหืด ความดัน ถุงลมโป่งพอง แต่ก็ต้องทำงาน โดยจะขี่ จยย.พ่วงซาเล้งออกไปรับจ้าง บางวันก็ไม่ได้ลูกค้าเลย เพราะคนส่วนใหญ่จะหันไปใช้บริการทางแอปมือถือเพราะเรียกง่ายและสะดวก หากมีลูกค้าก็จะมีรายได้100-200 บาทต่อวัน
ส่วนยายเหรียญทองก็สุขภาพไม่ค่อยดีเดินก็ไม่ค่อยสะดวกก็จะอยู่ที่บ้านทำอาหาร และคอยคัดแยกของเก่า ที่ลูกสาวซึ่งก็เป็นโรคอ้วน และโรคอื่นด้วย เดินไม่ค่อยสะดวกกลางวันก็จะนอน-กลางคืนก็จะขี่ จยย.เก่า ไปเก็บของเก่า เพื่อมาไว้แยกขยะขาย ขณะที่หลานและเหลน คนหนึ่งอายุ 15 ปี ก็มีภาวะสมาธิสั้นและอาการทางจิตร่วมด้วย ได้บัตรคนพิการ อีกคนอายุ 10 ปี ซึ่งแต่ละวันตากับยายก็จะต้องหาเงินให้ไปโรงเรียน คนโต 30-40 บาท คนเล็ก 20-30 บาท หากวันไหนไม่มีก็จะไปขอคนรู้จัก หากขอได้ก็ได้ไปโรงเรียน หากวันไหนไม่มีจริงๆก็ไม่ได้ไปโรงเรียน
สองตายาย เผยด้วยน้ำตาวว่าหลังทราบว่าไม่ผ่านตาถึงกับตัวสั่น ตนก็รู้สึกเสียใจมาก เพราะไม่ผ่านเกณฑ์ทั้ง 2 คน ไม่รู้จะทำอย่างไร ที่ผ่านมาก็ได้รับตลอด ยอมรับว่าบัตรสวัสดิการสามารถช่วยครอบครัวได้มาก ส่วนใหญ่จะนำไปซื้อข้าว ผงซักฟอก มาม่า อาหารของกินของใช้ทั้งสิ้น หากไม่ได้ทั้ง 2 คนครอบครัวจะลำบากกว่านี้อีกมาก เพราะทุกวันนี้ก็ยังไปขอข้าวที่วัดคะตึกเชียงมั่น เพราะรายได้แทบไม่มี อยากขอให้หน่วยงานคืนสิทธิให้ด้วยเพราะครอบครัวยากจนจริงๆ
และวันนี้(20 ก.ค.) กรรมการชุมชน จะได้พาสองตายายไปที่สำนักงานขนส่งเพื่อไปทำเรื่องอุทธรณ์ เนื่องจากทั้งสองคนไม่สามารถเดินทางไปด้วยตนเองได้ ทั้งสภาพรถ จยย.เก่าพ่วงข้างไม่ได้ต่อทะเบียนมา 2-3 ปี เพราะครอบครัวไม่มีเงินไปต่อและสภาพไม่สมบูรณ์ ซึ่งก็หวังว่าครอบครัวของสองตายายจะผ่านเกณฑ์การพิจารณาและได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการคืนทั้ง 2 คน


