แพร่ - ชาวชุมชนสะเอียบ พื้นที่เป้าหมายสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ต้านกรมอุทยานฯ ออก อส.12 อ้างรับรองสิทธิที่อยู่-ที่ทำกินเขตอนุรักษ์ จวกรัฐให้ข้อมูลน้อยจนชาวบ้านบางส่วนหลงเซ็นรับไปแล้ว ทั้งที่เป็นแนวทางละเมิดสิทธิชุมชนชัด ระบุคนสะเอียบอยู่มาเป็น 100-200 ปี ก่อนรัฐประกาศเขตอุทยานทับ จึงต้องยกเลิก-ออกโฉนดให้เท่านั้น
วันนี้ (19 ก.ค.) ชาวบ้านในตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จ.แพร่ จัดเวทีทำความเข้าใจที่ศาลาอเนกประสงค์วัดดอนชัย ตำบลสะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ กรณีอุทยานแห่งชาติแม่ยม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำรวจและออกหนังสือรับรองการอยู่อาศัย หรือทำกินในพื้นที่เขตอนุรักษ์ (อส.12) ซึ่งมีประชาชนได้ลงนามในหนังสือ อส.12 ไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะชาวบ้านดอนแก้ว ตำบลสะเอียบ เพราะเข้าใจว่าการทำเอกสารดังกล่าวจะนำไปสู่การออกโฉนดที่ดิน
ทั้งนี้ ชุมชนตำบลสะเอียบได้เชิญเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกอบด้วย นายก้องไมตรี เทศสูงเนิน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ยม นายรัตนชัย มูลศิริ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงานสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 นางสาวจงรักษ์ ทุ่งสิบสี่ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดแพร่สาขาอำเภอสอง นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ องค์กรพัฒนาเอกชนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพงศา ชูแนน หัวหน้าพรรคกรีน นางสาวอาทิตยา อินนะไชย ส.จ.แพร่ เขตอำเภอสอง นายชนาธิป ศุภศิริ ส.ส.จังหวัดแพร่ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ ส.ส.จังหวัดแพร่เขต 3 พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมให้ข้อมูล
เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 และอุทยานแห่งชาติแม่ยมได้ให้ข้อมูลว่า หนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12) เป็นเอกสารที่ออกโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นการสำรวจและออกหนังสือรับรองสืบเนื่องมาจากการจำแนกที่ดินที่อยู่อาศัยชุมชนและอุทยานฯ ในอดีตมีการปักหมุดที่คลาดเคลื่อน แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาทำให้กำหนดได้ชัดเจนขึ้นและเป็นการยืนยันการอยู่อาศัย มีกฎหมายออกมาเพื่อรองรับในพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติปี 2562 มีการสอบทานจุดพิกัดรองรับสิทธิการคุ้มครอง ที่ทำกินและที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ กล่าวว่า มีหนังสือจากจังหวัดเชียงใหม่คัดค้านเรื่องนี้ไปยังกรมอุทยานฯ ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้ตอบมาว่า อส.12 เป็นเพียงแค่เอกสารรับรองสิทธิ ไม่เป็นกรรมสิทธิ์ มีอายุถือครอง 20 ปี ซึ่งตอนประกาศอุทยานฯ 1 มีนาคม 2529 หมู่บ้านดอนแก้ว หมู่บ้านดอนชัย หมู่บ้านดอนชัยสักทอง และหมู่บ้านแม่เต้น ถูกกันออกจากเขตอุทยานฯ ที่ได้ประกาศทับตามมาตรา 64
แต่ต่อมาหมู่บ้านเหล่านี้เป็นหมู่บ้านที่มีผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ทางราชการจึงประกาศเขตอุทยานทับพื้นที่ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายต้องไปใช้ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา 64 คือการห้ามเปลี่ยนมือ ไม่เป็นกรรมสิทธิ์ อยู่ได้ 20 ปี ในขณะที่รัฐต้องเตรียมการอพยพบุคคลเหล่านี้ออก แต่รัฐก็ไม่ได้จัดการใดๆ และข้อสำคัญใน อส. 12 ห้ามสร้างโรงงานประกอบกิจการใดๆ ห้ามสร้างโรงแรมหรือตึกสูงเกิน 2 ชั้นขึ้นไป
“ความจริงแล้วชุมชนแห่งนี้ถูกอุทยานประกาศทับมานานถึง 40 ปี การพัฒนาของชุมชนประกอบกิจการต่างๆ มากมายสร้างภาษีให้กับประเทศในอัตราสูง มีโรงงานในพื้นที่กว่า 100 โรง มีโรงแรมที่เป็นตึกสูง 4 ชั้น 1 แห่ง ซึ่งถ้ามีการลงนามใน อส.12 ชาวบ้านจะต้องเผชิญกับข้อจำกัดมากมาย”
นายพงศา ชูแนน หัวหน้าพรรคกรีน อดีตข้าราชการป่าไม้ กล่าวผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า ชุมชนแห่งนี้อยู่มาก่อนนับ 100 ปี อุทยานฯ ซึ่งใช้กฎหมายอุทยานที่ออกมาไม่นานพยายามที่จะสอบสวนสิทธิของชาวบ้านที่อยู่มาก่อนประกาศเขตอุทยาน ก็เหมือนมองว่าชาวบ้านทั้งชุมชนเป็นผู้ต้องหา
“จริงๆ แล้วอุทยานเป็นผู้กระทำผิดที่มีการออกกฎหมายอุทยานทับพื้นที่ชุมชนที่อยู่มาก่อน ดังนั้นอุทยานไม่มีอำนาจเรียกชาวบ้านไปพิสูจน์สิทธิ ในขณะเดียวกันอุทยานควรออกมาขอโทษคนทั้งชุมชน จึงขอเสนอว่าชาวสะเอียบไม่ต้องเข้ากระบวนการทางกฎหมายในการพิสูจน์สิทธิ ประชาชนไม่ควรยอมรับกฎหมายที่ละเมิดสิทธิชุมชน”
นางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ ส.ส.จังหวัดแพร่ เขต 3 พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวในที่ประชุมว่า เงื่อนไขต่างๆใน อส.12 ละเมิดสิทธิและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในชุมชน เช่น จำนวนพื้นที่ครอบครอง ระยะเวลาในการครอบครอง ถือเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชน
ส่วนตัวแล้วเห็นว่าสะเอียบเป็นชุมชนดั้งเดิมมีอายุนานกว่า 200 ปี น่าจะได้ครอบครองที่ดินและทำมาหากินอย่างภาคภูมิใจ แต่ปัจจุบันทำอะไรกับที่ดินของตนเองไม่ได้ นำไปลงทุนก็ทำไม่ได้ ถ้าจะให้ชาวสะเอียบได้ประโยชน์สูงสุดก็คือการเพิกถอนพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติแม่ยมออกจากชุมชนตำบลสะเอียบทั้งหมด และเป็นโอกาสที่ดีในพื้นที่นี้มี ส.ส.อยู่ในสังกัดพรรครัฐบาล มีโอกาสขับเคลื่อนไปถึงมติ ครม.ไม่ใช่ต้องมายอมรับการอนุญาตให้อยู่ในที่ดินที่ทำกินมาตั้งแต่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย
นายชนาธิป ศุภศิริ ส.ส.จังหวัดแพร่ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ถ้าชาวบ้านต้องการอย่างไรทาง ส.ส.จะดำเนินการตามความต้องการของชาวบ้าน ส่วนของการรับรองสิทธิในที่ดิน อส.12 ขอให้ชาวบ้านรับไปก่อนแล้วค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ซึ่งในขณะนั้นชาวสะเอียบได้ออกมาคัดค้านให้ถอนคำพูดว่า "รับไปก่อน" ซึ่งนายชนาธิปก็ถอนคำพูดในทันทีและยังยืนยันว่าจะอยู่ข้างประชาชน แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย
นายสมมิ่ง เหมืองร้อง แกนนำชาวบ้านตำบลสะเอียบ กล่าวว่า นี่เป็นเวทีที่ 2 แล้วที่ชาวสะเอียบได้รับข้อมูล แต่คิดว่ายังไม่เพียงพอ ซึ่งส่วนราชกาไม่ให้ความสำคัญต่อการรับข้อมูลความรู้แก่คนในชุมชน กรมอุทยานฯ ยังอ่อนการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ไม่รอบด้าน ความจริงแล้วพื้นที่ชุมชนตำบลสะเอียบมีการพัฒนาทั้งอุตสาหกรรมครัวเรือน การท่องเที่ยว การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ชุมชนต้องการคือเอกสารสิทธิในที่ดิน คือโฉนดเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในภาพรวมแล้วมีชาวบ้านบ้านดอนแก้วมีความเข้าใจว่าทางอุทยานมาทำเอกสารเพื่อนำไปสู่การออกโฉนดที่ดินจึงได้ลงนามในเอกสารไปแล้วจำนวนมาก ส่วนคนที่ยังไม่ได้ลงนามโดยเฉพาะในหมู่บ้านดอนชัย บ้านดอนชัยสักทอง บ้านแม่เต้น ส่วนใหญ่แล้วประชาชนไม่ยอมรับการรับรองสิทธิจากใบ อส.12 คนส่วนใหญ่ต้องการโฉนดเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนในชุมชนต่อไป


