น่าน - จบดรามา สุนัข-แมวจรกว่า 20 ชีวิต อึ/ฉี่เหม็นคลุ้ง กระทบศาสนกิจวัดน้ำหิน นาน้อย เมืองน่าน..หลังกรรมการวัดฯ ลงมติให้เจ้าอาวาส พร้อมสุนัข-แมวจร ออกพ้นวัดวันนี้ ล่าสุดทั้ง ส.ส. คณะสงฆ์ ฝ่ายปกครอง ปศุสัตว์ ร่วมหาทางออกดูแลทั้งพระ ศรัทธา สัตว์ ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว รอผู้ใจบุญรับอุปการะ
.
วันนี้ (19 ก.ค.) นายประสิทธิ์ โนทะ ส.ส.น่าน เขต 2 และรองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่วัดน้ำหิน อ.นาน้อย พร้อมประสานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งคณะสงฆ์ นำโดยพระครูสุธีปัญญากร เจ้าคณะอำเภอนาน้อย-เจ้าคณะตำบล, นายติราช นาถปุญโญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.น่าน, นายศักดิ์ จุงประดิษฐ์ สัตวแพทย์อาวุโส ปศุสัตว์อำเภอนาน้อย ผู้แทนนายอำเภอนาน้อย คณะกรรมการวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อหาทางออกอย่างเป็นรูปธรรม กรณีกรรมการวัดน้ำหินลงมติให้พระเจ้าอาวาส รวมทั้งสุนัข-แมวจร อีกกว่า 20 ชีวิต ออกจากวัดภายในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้
ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะดูแลสวัสดิภาพสัตว์ทุกตัวควบคู่กับการฟื้นฟูความเป็นระเบียบภายในวัด โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองจะเข้าฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตรวจสุขภาพ และจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวภายในวัด ระหว่างรอผู้มีจิตศรัทธารับสุนัขและแมวไปอุปการะ พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น-ชุมชนดูแลความสะอาดและสุขลักษณะภายในวัด ไม่ให้กระทบต่อพระสงฆ์ และผู้มาทำบุญ
พระทองบิน เจ้าอาวาสวัดน้ำหิน กล่าวว่า สัตว์ทั้งหมดไม่ใช่ของวัด แต่มีผู้นำมาปล่อยไว้เป็นระยะ ด้วยความเมตตาจึงเลี้ยงดูมาตลอด อาตมาไม่ได้ตั้งใจเลี้ยง แต่เมื่อมีคนนำมาปล่อยก็สงสาร หากมีผู้ใจบุญรับไปดูแลอาตมาก็ยินดี เพราะอยากให้ทุกตัวมีบ้านที่เหมาะสม และวัดกลับมาเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอย่างสงบ
ขณะที่ นายประสิทธิ์ ส.ส.น่าน เขต 2 กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาเลือกข้าง แต่ต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมกันคลี่คลายปัญหา วัดไม่ควรแบกรับภาระดูแลสัตว์เพียงลำพัง ขณะเดียวกันสัตว์ทุกชีวิตก็ไม่ควรถูกทอดทิ้ง ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันหาทางออก และขอเชิญชวนผู้มีจิตเมตตารับสุนัขและแมวไปอุปการะ เพื่อให้ทุกชีวิตได้มีบ้านใหม่ที่อบอุ่น
กรณีวัดน้ำหินสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสัตว์จรจัดไม่ใช่หน้าที่ของวัดเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เมื่อทุกฝ่ายเปิดใจรับฟังกัน ดรามาที่เคยแบ่งคนออกเป็นสองฝ่ายก็สามารถเปลี่ยนเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้ทั้งวัด ชุมชน และสุนัข แมวกว่า 20 ชีวิต ได้เดินหน้าต่อไปด้วยกันอย่างสมดุลและยั่งยืน


