เชียงใหม่ - "ซาบีดา" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะลงพื้นที่เชียงใหม่ตรวจติดตามความคืบหน้าและความพร้อมในการเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม“อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” เตรียมพร้อมรับคณะผู้ประเมิน ICOMOS ช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมผลักดันเมืองเชียงใหม่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก
วันนี้(18 ก.ค.69) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าและความพร้อมในการเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” (Monuments, Sites and Cultural Landscape of Chiang Mai, Capital of Lanna) และตรวจเยี่ยมพื้นที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก อาทิ ประตูท่าแพ ประตูช้างเผือก ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนดอก แจ่งศรีภูมิ แจ่งหัวลิน แจ่งก๊ะต๊ำ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และวัดเชียงมั่น เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการลงพื้นที่ตรวจประเมินทางเทคนิค (Technical Evaluation Mission) ของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ระหว่างวันที่ 3-8 ส.ค.69 นี้
ทั้งนี้คณะที่ร่วมลงพื้นที่ ประกอบด้วย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวขนิษฐา โชติกวณิชย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายชินณวุฒิ วิลยาลัย รองอธิบดีกรมศิลปากร นายพจนาถ ปัญญาศิลป์ รองอธิบดีกรมการศาสนา นายอิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย นายสมชาติ วัฒนากล้า รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายศุภฤกษ์ ภาวิไล เลขาธิการสภาเมืองเชียงใหม่ ประธานสภาเมืองเจียงใหม่ และคณะทำงานฯ
โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการติดตามความพร้อมของทุกหน่วยงาน ทั้งด้านการอนุรักษ์ การบริหารจัดการพื้นที่ การนำเสนอข้อมูล และการบูรณาการความร่วมมือในทุกมิติ ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญจาก ICOMOS ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก จะเดินทางมาตรวจประเมินทางเทคนิคในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งการประเมินดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนสำคัญของกระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยขณะนี้การเสนอชื่อแหล่ง “อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา” มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเอกสาร เสนอขึ้นทะเบียนฯ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.69 และประเทศไทยได้ยื่นเอกสารเสนอชื่อ (Nomination Dossier) ต่อศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 1 ก.พ.69 เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการประเมินโดยองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก โดยคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมสมัยสามัญประจำปี 2570
สำหรับแหล่งมรดกดังกล่าวได้รับการบรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ขององค์การยูเนสโก ตั้งแต่ปี 2558 ก่อนที่จังหวัดเชียงใหม่จะมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จัดทำเอกสารเสนอชื่อ และผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และคณะรัฐมนตรี ตามลำดับ จนนำไปสู่การยื่นเอกสารเสนอชื่ออย่างเป็นทางการ สำหรับการเสนอขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ได้เสนอ คุณค่าโดดเด่นระดับสากล (Outstanding Universal Value : OUV) ตามเกณฑ์มรดกโลก 2 ประการ ได้แก่ เกณฑ์ข้อ (ii) พัฒนาการเมืองเชียงใหม่ที่แสดงถึงการรับส่งอิทธิพลทางพุทธศาสนากับอาณาจักรอื่น ๆ และเกณฑ์ข้อ (iii) เมืองเชียงใหม่และสถาปัตยกรรมในแต่ละยุคสมัยเป็นตัวแทนอารยธรรมล้านนาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-20
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ที่เสนอขึ้นทะเบียนประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มกำแพงเมือง คูเมือง และแจ่งเมือง ประกอบด้วย กำแพงเมือง จำนวน 5 ประตู ได้แก่ ประตูช้างเผือก ประตูท่าแพ ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนปรุง และประตูสวนดอก แจ่งเมือง จำนวน 4 แจ่ง ได้แก่ แจ่งศรีภูมิ แจ่งก๊ะต๊ำ แจ่งกู่เฮือง และแจ่งหัวลิน พร้อมโบราณสถานสำคัญ ได้แก่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ และวัดสวนดอก ๒. กลุ่มวัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม และวัดพระธาตุดอยสุเทพ และ 3. กลุ่มวัดเจ็ดยอด ซึ่งทั้งหมดสะท้อนพัฒนาการด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม ผังเมือง และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนาได้อย่างโดดเด่น
นอกจากนี้นางสาวซาบีดา กล่าวเสริมว่า ภายหลังการตรวจประเมินภาคสนาม ICOMOS จะดำเนินการประชุมหารือและซักถามข้อมูลเพิ่มเติมกับฝ่ายไทย รวมทั้งพิจารณาข้อมูลสนับสนุนต่าง ๆ ก่อนจัดทำรายงานเสนอความเห็น
ต่อคณะกรรมการมรดกโลก โดยประเทศไทยจะต้องตอบข้อซักถามและจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมตามกรอบเวลาที่กำหนด ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมสมัยสามัญประจำปี 2570 ราวช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 70
“กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนและให้คำแนะนำจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน และทุกภาคส่วน ในการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานของอนุสัญญามรดกโลกตามภารกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว
ขณะเดียวกันนางสาวซาบีดา ย้ำว่า การผลักดันเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา สู่การเป็นแหล่งมรดกโลก ไม่ใช่เพียงการเสนอขึ้นทะเบียนโบราณสถาน แต่เป็นการยืนยันคุณค่าของอารยธรรมล้านนาที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ต่อยอดการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน และยกระดับประเทศไทยบนเวทีวัฒนธรรมโลก


