xs
xsm
sm
md
lg

“เปิดมุมมองกงสุลใหญ่” ตอนที่ 6 ประกายแห่งวัยเยาว์ ท่ามกลางสายธารบรรเทาภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เปิดมุมมองกงสุลใหญ่” ตอนที่ 6
ประกายแห่งวัยเยาว์ ท่ามกลางสายธารบรรเทาภัย
-------------------------------------------------
โดย ฯพณฯ กงสุลใหญ่ หลิว หงเหมย

ในเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2569 พายุไต้ฝุ่น "ไมสัก" (MAYSAK) และ "บาหวี่" (BAVI) นำพาฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเข้าปกคลุมทางตอนใต้ของประเทศจีน น้ำป่าไหลหลากตัดขาดเส้นทางบนภูเขา มวลน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นทะลักข้ามเขื่อนกั้นน้ำ ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนหลายแสนคนตกอยู่ภายใต้การคุกคามอย่างร้ายแรง ในการต่อสู้กับภัยธรรมชาติครั้งนี้ ภาพที่ดึงดูดสายตาผู้คนมากที่สุดคือใบหน้าอันอ่อนเยาว์จำนวนมาก ตั้งแต่นักเรียนมัธยมปลายอายุ 18-19 ปี ไปจนถึงบัณฑิตมหาวิทยาลัยวัย 20 ต้น ๆ และตั้งแต่เยาวชนในท้องถิ่นไปจนถึงอาสาสมัครที่เดินทางมาจากสถานที่ห่างไกลนับพันกิโลเมตร
พวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมืออาชีพ ทว่ากลับกลายเป็นข้อต่ออันเปล่งประกายในห่วงโซ่แห่งการช่วยเหลือครั้งนี้

ก้าวออกไปเผชิญหน้าต่อวิกฤต

เยาวชนในยุคนี้เติบโตขึ้นท่ามกลางอินเทอร์เน็ตไร้สาย พวกเขาประจักษ์ถึงความทุกข์ยากจากอุทกภัยผ่านวิดีโอสั้นและสื่อสังคมออนไลน์ จึงรวมตัวกันผ่านกลุ่มออนไลน์เหล่านี้ และใช้พลังแห่งยุคดิจิทัลในการเข้าร่วมการกู้ภัยที่ต้องใช้กำลังกายในรูปแบบดั้งเดิม เยาวชนจำนวนมหาศาลต่างอาสาเข้าร่วมโดยไม่ต้องรอการร้องขอ ทั้งบัณฑิตมัธยมปลายที่เดินทางไกลนับพันกิโลเมตรจากเซี่ยงไฮ้และเหอหนาน นักเรียนในท้องถิ่นที่เพิ่งเสร็จสิ้นการสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่างรวมกลุ่มกันมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ประสบภัยร้ายแรงเพื่อขจัดดินโคลนและขนย้ายสิ่งของ ตลอดจนนักเรียนที่เคยติดค้างอยู่ในพื้นที่ประสบภัยซึ่งผันตัวมาเป็นอาสาสมัครทันทีหลังจากรอดพ้นอันตราย เปลี่ยนสถานะจากผู้รับความช่วยเหลือมาเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ
 
การตัดสินใจของพวกเขานั้นเรียบง่ายทว่าเด็ดเดี่ยว "เมื่อมาตุภูมิประสบเคราะห์ภัย ตัวฉันเองไม่อาจเพิกเฉยได้ วัยรุ่นควรทำในสิ่งที่มีความหมาย" แม้ว่าไหล่ของเด็กอายุ 17-18 ปีกลุ่มนี้จะยังไม่แข็งแรงเต็มที่
 
แต่พวกเขากลับเลือกที่จะก้าวออกมาเผชิญหน้าในยามที่ภัยพิบัติมาเยือน "ความรักชาติรักมาตุภูมิ" จึงไม่ใช่เพียงคำขวัญที่ฮึกเหิม แต่คือการตระหนักรู้และลงมือทำตามคติที่ว่า "ความอยู่รอดของส่วนรวม เป็นพันธกิจที่ทุกคนจักต้องแบกรับ"


ความรับผิดชอบและการลงมือปฏิบัติ
การก้าวออกมายืดอกหยัดยืนเผชิญหน้าต้องอาศัยความกล้าหาญ ส่วนการลงมือปฏิบัติอย่างมีเหตุผลต้องอาศัยการเกื้อหนุนด้วยสติปัญญา พันธกิจอันความรับผิดชอบไม่ได้พึ่งพาเพียงพลังใจเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความสามารถเฉพาะทางและความสุขุมในการรับมือกับภัยพิบัติ ในพื้นที่กู้ภัยมีกลุ่มเยาวชนซึ่งมีทักษะในการควบคุมโดรนเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ พวกเขาบังคับโดรนไร้คนขับท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน จนสามารถเคลื่อนย้ายชาวบ้านที่ติดค้างอยู่ไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้สำเร็จ นับเป็นการ "ลำเลียงทางอากาศ" ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้โดรนยังถูกนำมาใช้ในการหย่อนสิ่งของบรรเทาทุกข์ เคลื่อนย้ายประชาชน ตลอดจนสนับสนุนการจัดทำแผนที่และตรวจสอบสถานการณ์ภัยพิบัติ

ขณะเดียวกัน ทีมกู้ภัยเยาวชนจากการไฟฟ้าได้นำอุปกรณ์ อาทิ ตู้สูบน้ำระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง เดินทางไกลนับพันกิโลเมตรมาให้การช่วยเหลือ โดยสามารถกู้คืนระบบไฟฟ้าให้แก่ชุมชนที่ไฟดับได้หลายแห่ง และเดินเท้าลุยโคลนเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรเพื่อนำไฟฟ้าจ่ายมอบให้แก่หมู่บ้าน

นอกจากนี้ ยังมีเยาวชนจากสาขาวิชาการกีฬาทางน้ำ และสาขาวิชาอุทกวิทยาและการทำแผนที่ นำความรู้ที่ได้ศึกษามาเข้าร่วมในภารกิจกู้ภัยอย่างแข็งขัน พวกเขาใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีระดับมืออาชีพ เพื่อทำให้การกู้ภัยมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พลังบวกและความเข้มแข็ง
มีนักเรียนรายหนึ่งใช้กล้องแอคชั่นแคมบันทึกภาพเหตุการณ์ตลอด 72 ชั่วโมง ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ถูกตัดขาดจากภายนอกจนถึงนาทีที่อพยพได้สำเร็จ วิดีโอดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในอินเทอร์เน็ต และได้รับการขนานนามจากสื่อสังคมออนไลน์ว่าเป็น "บันทึกการกู้ภัยที่สมจริงที่สุด" ในสถานการณ์ที่นักเรียนกว่า 3,600 คนทั่วทั้งโรงเรียนต้องติดค้างอยู่ภายในอาคารพร้อมทั้งขาดแคลนน้ำและกระแสไฟฟ้า ทว่าเบื้องหน้าวิกฤตการณ์นี้ นักเรียนบางส่วนกลับเลือกสละแบตเตอรี่สำรองส่วนตัว เพื่อให้ความสำคัญกับการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกเป็นอันดับแรก มีนักเรียนที่สละเตียงนอนในหอพักให้แก่เพื่อนร่วมสถาบันจากชั้นล่างที่ประสบภัยน้ำท่วม รวมถึงมีนักเรียนที่แบ่งปันอาหารและช่วยกระจายข้อมูลข่าวสาร ทุกคนต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันและเชื่อมั่นว่าจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

ในท้ายที่สุด กลุ่มเยาวชนที่ได้รับการช่วยเหลือได้ร่วมกันส่งเสียงร้องเพลงเพื่อแสดงถึงพลังบวกและความเข้มแข็งต่ออุปสรรคที่ได้เผชิญมา พร้อมทั้งส่งต่อความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ เยาวชนจีนได้พิสูจน์ให้โลกเห็นผ่านการกระทำแล้วว่า ภัยพิบัติอาจทำลายล้างบ้านเรือนให้พังทลายลงได้ แต่ไม่อาจทลายความเชื่อมั่นและความสุขุมสง่างามในหัวใจของพวกเขาลงได้เลย


ปณิธานแห่งความรักในมาตุภูมิและครอบครัว
หากจะเปรียบว่าการยืดอกหยัดยืนคือความกล้า ปณิธานที่มุ่งมั่นรับผิดชอบและการลงมือปฏิบัติจริงนั้นเปรียบได้ดั่งความสามารถ ส่วนพลังบวกและความเข้มแข็งคือคุณลักษณะ แรงขับเคลื่อนส่วนลึกที่ร้อยเรียงสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน คือความรักในมาตุภูมิและครอบครัวที่หยั่งรากลึกอยู่ในจิตใจของเยาวชนจีน อันเป็นรากฐานทางจิตวิญญาณที่ผูกพันโชคชะตาของตนเองเข้ากับสังคมและแผ่นดินเกิดอย่างแนบแน่น ณ เมืองเหิงโจว ประธานสมาคมอาสาสมัครเยาวชนได้จัดตั้งกลุ่มวีแชต (Wechat) ขนาดกลุ่ม 500 คนขึ้นจำนวน 6 กลุ่มในทันที โดยภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน มีเยาวชนลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครในกลุ่มเหล่านี้ทะลุกว่า 3,000 คน ส่งผลให้ทุกกลุ่มมีสมาชิกเต็มจำนวน แต่ยังคงมีประชาชนจำนวนมากยื่นคำขอเข้ากลุ่มอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่เยาวชนจีนแสดงให้เห็นเบื้องหน้าภัยพิบัติ คือความตระหนักรู้ทางจิตวิญญาณในการหลอมรวม "ตัวตนย่อย" เข้ากับ "ตัวตนใหญ่" ของส่วนรวม ความรู้สึกนี้ไม่ใช่แนวคิดที่นามธรรม หากแต่คือการกระทำที่จับต้องได้

เช่น การแบกข้าวสารหนึ่งกระสอบเข้าสู่พื้นที่ภูเขา การเดินเท้าแบกเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือการขจัดดินโคลนท่ามกลางปลักตมตลอดทั้งวัน ลัทธิปัจเจกชนนิยมและลัทธิรวมหมู่นิยมถือเป็นข้อถกเถียงเชิงปรัชญามาทุกยุคสมัย ว่าในวันนี้พวกเรากลับได้เห็นการผสานรวมอันงดงามยิ่ง นั่นคือพวกเขายังคงหวงแหนการเติบโตและการพิสูจน์คุณค่าของตนเอง แต่ในขณะเดียวกัน จิตใต้สำนึกของพวกเขากลับบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า "ตัวฉัน" จักทรงพลังและเปี่ยมความหมายที่สุด ก็ต่อเมื่อได้หยัดยืนอยู่ท่ามกลางคำว่า "พวกเรา"

เบื้องหน้ามหาอุทกภัยอันเป็นบททดสอบขั้นพื้นฐานที่สุดของธรรมชาติ เยาวชนจีนได้จารึกคำตอบไว้อย่างแจ่มชัดยิ่ง พวกเขาเปี่ยมด้วยทักษะความเชี่ยวชาญเชิงวิชาชีพ ดำรงไว้ซึ่งจิตวิญญาณอันแรงกล้าเพื่อส่วนรวม มีพลังแห่งความสมัครสมานสามัคคีที่ทลายพรมแดนทางภูมิศาสตร์ ทั้งยังแบกรับปณิธานความรับผิดชอบที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น แม้ในท้ายที่สุดกระแสน้ำหลากจะแห้งเหือดไป ทว่าแสงประกายแห่งวัยเยาว์จะยังคงทอแสงเจิดจรัสในทุกคราที่โลกเพรียกหา

คุณธรรมอันประเสริฐเหล่านี้มิได้จำกัดอยู่เพียงเยาวชนจีนเท่านั้น หากแต่ยังสถิตอยู่ในใจของเยาวชนผู้กล้าหยัดยืนและเปี่ยมความรับผิดชอบจากทุกๆ ประเทศ รวมถึงเยาวชนไทยด้วยเช่นกัน