xs
xsm
sm
md
lg

ร้องสื่อตามหาเก๋งหัวร้อน! เฉี่ยว จยย. 2 คัน เจ็บ 3 ก่อนซิ่งหนี เหยื่อเผยขับเบรกจี้ตลอดทาง เตรียมส่งคลิปวงจรปิดให้ตำรวจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พระนครศรีอยุธยา - ผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถเก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ 2 คัน บริเวณสะพานอุทัย–บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ร้องสื่อช่วยตามหาคู่กรณี หลังขับหลบหนีไม่รับผิดชอบ เผยก่อนเกิดเหตุขับรถลักษณะหวาดเสียว เบรกจี้และเกือบเฉี่ยวรถหลายคัน เตรียมนำภาพจากกล้องวงจรปิดส่งตำรวจเร่งติดตามตัวดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ เมื่อคืนวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา พบผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ 2 คัน บนถนนจอมพล ป. มุ่งหน้าถนนสายเอเชีย บริเวณก่อนถึงสะพานอุทัย–บางปะอิน หมู่ 2 ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยติดตามรถยนต์เก๋งคู่กรณีที่ก่อเหตุเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา

อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย จากรถจักรยานยนต์ 2 คัน ถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ ขณะที่รถยนต์เก๋งคู่กรณีไม่ทราบหมายเลขทะเบียนและตัวผู้ขับ เนื่องจากขับหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุทันที หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน ลงพื้นที่ตรวจสอบ เก็บพยานหลักฐาน และอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายผาคม สมาน อายุ 44 ปี หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับที่พัก หลังเลิกงาน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ถูกรถยนต์เก๋งเฉี่ยวชนอย่างแรงจนรถเสียหลักล้ม ร่างไถลไปกับพื้นถนน ขณะเดียวกันรถจักรยานยนต์อีกคันที่มีผู้ขับขี่ 2 คน ก็ถูกเฉี่ยวชนล้มได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

นายผาคมกล่าวว่า หลังเกิดเหตุรถเก๋งได้ขับหลบหนี แต่ไม่นานได้ยูเทิร์นกลับมาผ่านจุดเกิดเหตุ คล้ายชะลอมองผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีไปอีกครั้งโดยไม่ลงมาช่วยเหลือหรือแสดงความรับผิดชอบ

นอกจากนี้ ยังมีพลเมืองดีที่ขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมาเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุรถเก๋งคันดังกล่าวขับด้วยความเร็ว มีพฤติกรรมเบรกจี้และเกือบเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์หลายคันตั้งแต่ช่วงกลางสะพาน จนต้องตะโกนตำหนิคนขับ เพราะเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าสาเหตุอาจเกิดจากการขับรถด้วยความใจร้อนและใช้อารมณ์

จากอุบัติเหตุดังกล่าว นายผาคมได้รับบาดเจ็บที่แขนและขา ไม่สามารถออกไปทำงานได้ ต้องหยุดพักรักษาตัว ขณะที่รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคู่กรณีติดต่อเข้ามาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ด้านนางญาณิศา หงษ์สีทอง อายุ 51 ปี แม่ของผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย กล่าวว่า ลูกชายและลูกสะใภ้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ไม่สามารถทำงานได้ ทั้งที่วันเกิดเหตุกำลังเดินทางกลับมาช่วยเก็บร้านขายของ พร้อมยืนยันว่าครอบครัวต้องการเพียงให้ผู้ก่อเหตุออกมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

นางญาณิศา ระบุว่า ได้ติดต่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านค้าใกล้จุดเกิดเหตุไว้แล้ว 2 มุม ซึ่งสามารถบันทึกภาพขณะรถเก๋งเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ รวมถึงภาพช่วงที่ขับหลบหนีออกจากพื้นที่ โดยจะนำหลักฐานทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อใช้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวฝากถึงผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคู่กรณี หากได้รับทราบข่าว ขอให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบและเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณจุดเกิดเหตุ เนื่องจากช่วงกลางคืนมีแสงสว่างไม่เพียงพอ อีกทั้งเป็นเส้นทางที่มีปริมาณรถสัญจรจำนวนมาก และเคยเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง หากได้รับการปรับปรุงก็จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้มากยิ่งขึ้น.