กาญจนบุรี - ภาพและข้อความที่แชร์กันในโซเชียลมีเดียช่วงนี้ ระบุว่ามีผู้จับ "ปลาช่อนอเมซอน" ขนาดใหญ่ได้ในเขื่อนเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปลาชนิดนี้ถูกพบในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทย และยิ่งตอกย้ำคำถามเดิมที่ยังไม่มีคำตอบ นั่นคือ ปลาต่างถิ่นขนาดใหญ่เหล่านี้เข้ามาอยู่ในแหล่งน้ำไทยได้อย่างไรและใครเป็นผู้รับผิดชอบ
"ปลาช่อนอเมซอน" หรือชื่อทางวิชาการ อะราไพม่า (Arapaima gigas) เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก มีถิ่นกำเนิดในลุ่มน้ำแอมะซอนของทวีปอเมริกาใต้ ตัวเต็มวัยยาวได้ถึง 4 เมตร หนักกว่า 400 กิโลกรัม จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับปลาตะพัดหรืออะโรวาน่า
จากข้อมูลที่ปรากฏในหลายแหล่ง มีการบันทึกว่าปลาชนิดนี้ถูกนำเข้าประเทศไทยมาตั้งแต่ช่วงปี 2528 เพื่อเลี้ยงเป็นปลาสวยงามและปลาแปลกในตู้ปลาหรือบ่อของผู้เลี้ยงที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากรูปร่างที่สง่างามและเป็นจุดขายของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบเอกสารนำเข้าอย่างเป็นระบบที่ระบุจำนวนหรือช่วงเวลานำเข้าที่ชัดเจนต่อเนื่อง และไม่พบหลักฐานว่ามีการนำเข้าหรือลักลอบนำเข้า เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากการเลี้ยงสวยงามในระยะแรก ก่อนที่ปลาบางส่วนจะถูกปล่อยหรือหลุดลงแหล่งน้ำธรรมชาติในเวลาต่อมา โดยมีรายงานพบในแหล่งน้ำธรรมชาติหลายครั้ง ทั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (2555) จังหวัดลำปาง (2562) และล่าสุดในพื้นที่เขื่อนเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี (2569) สะท้อนว่าการหลุดรอดของสัตว์น้ำต่างถิ่นเข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติเกิดขึ้นมานานแล้ว และยังเป็นประเด็นที่ควรได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง
ปลาช่อนอเมซอน เป็นเพียงหนึ่งในปลาต่างถิ่นหลายชนิดที่พบในแหล่งน้ำไทย นอกจาก กุ้งเครย์ฟิช กุ้งก้ามแดง และปลาดุกเทศที่มีรายงานก่อนหน้านี้ รวมถึงปลาหมอสีคางดำ หรือปลาหมอคางดำด้วยแล้ว ยังมีปลาต่างถิ่นขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่เข้ามาในลักษณะคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็น ปลาอัลลิเกเตอร์ (Alligator gar) ปลาปากยาวหน้าตาดุร้ายจากอเมริกาเหนือ ปลาเรดเทลแคทฟิช (Redtail catfish)จากลุ่มน้ำอเมซอนเช่นกัน นิยมเลี้ยงทั้งเพื่อบริโภคทดแทนปลากดคัง และเลี้ยงเป็นสวยงาม เพราะเติบโตเร็วและเลี้ยงง่ายกว่าปลาพื้นถิ่น และ ปลากระโห้อินเดีย (Catla) ปลาตะเพียนขนาดใหญ่จากเอเชียใต้ รูปร่างคล้ายปลากระโห้ไทย
ปลาทั้งหมดนี้มีจุดร่วมกันคือเข้ามาในไทยผ่านช่องทางการค้าสัตว์น้ำสวยงามหรือเศรษฐกิจ แต่กลับไม่มีบันทึกนำเข้าที่ตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่มีใครยืนยันได้ว่าปลาที่หลุดลงแหล่งน้ำธรรมชาติมาจากการนำเข้าถูกกฎหมาย การเพาะเลี้ยงในประเทศ หรือการปล่อยโดยผู้เลี้ยงเมื่อปลาโตเกินกว่าจะดูแลได้
ปลาต่างถิ่นไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป แม้ปลาต่างถิ่นมักถูกมองว่าเป็นภัยต่อระบบนิเวศ แต่ในบางสถานการณ์ ปลาเหล่านี้ก็มีบทบาทที่ซับซ้อนกว่านั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพบางรายให้ความเห็นในทิศทางที่ว่า เมื่อคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น มีมลพิษหรือสารเคมีปนเปื้อนจนปลาพื้นถิ่นบางชนิดไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ปลาต่างถิ่นที่ทนทานกว่าอาจเข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางนิเวศที่เหลืออยู่ และในหลายกรณี ปลาต่างถิ่นขนาดใหญ่เหล่านี้ก็มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งในฐานะปลาเนื้อและปลาสวยงาม ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ให้กับผู้เพาะเลี้ยงและผู้ประกอบธุรกิจสัตว์น้ำในประเทศไทยจำนวนไม่น้อย
กระนั้น มูลค่าทางเศรษฐกิจดังกล่าวก็ตั้งอยู่บนฐานที่ไม่มั่นคง เพราะไม่มีระบบตรวจสอบนำเข้า-ส่งออกที่รัดกุมรองรับอยู่ตั้งแต่ต้น ดังเช่น กรณีปลาช่อนอเมซอนในเขื่อนเขาแหลม เป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่ชี้ให้เห็นช่องโหว่ในระบบกำกับดูแลการนำเข้าสัตว์น้ำต่างถิ่นของไทย ซึ่งเป็นคำถามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมประมงที่ต้องตอบอย่างชัดเจน


