ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ถกกองเลขาฯ RBC ไทย-กัมพูชา ด้านกองทัพภาคที่ 2 และภูมิภาคทหารที่ 4 ที่ช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ย้ำ 7 ข้อ ลดตึงเครียดชายแดน-สกัดข่าวปลอม-ยึดถ้อยแถลง GBC เคร่งครัด ฝ่ายไทยแจ้งห้วยตามาเรียเกิดระเบิดมากถึง 19 ครั้งขอให้เขมรตรวจสอบหน่วยในพื้นที่เพื่อป้องกันชายแดนตึงเครียด และขอให้กัมพูชาไม่ขยับกำลังตั้งฐานใกล้แนวลวดหนามอาจนำไปสู่เหตุไม่พึงประสงค์ แจงรัฐบาล-เอกชนไทยให้งบฯก่อสร้างเส้นทางตามแนวชายแดนและดำเนินการในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย
วันนี้ ( 15 ก.ค.69) เมื่อเวลา 11.00 น. ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการประชุมประสานงานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย–กัมพูชา (Regional Border Committee : RBC) ด้านกองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) และภูมิภาคทหารที่ 4 โดยมีเสนาธิการ กองทัพภาคที่ 2 ประธานกองเลขานุการ RBC ฝ่ายไทย และรองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 ประธานกองเลขานุการ RBC ฝ่ายกัมพูชา พร้อมคณะผู้แทนของทั้ง 2 ฝ่ายเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือและประสานการปฏิบัติด้านความมั่นคง ตลอดจนร่วมกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน
โดยมีประเด็นข้อหารือและการประสานงานร่วมกัน จำนวน 7 เรื่อง ดังนี้
1. จากถ้อยแถลงในการประชุม GBC ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 ถึงวันนี้ เป็นเวลา 6 เดือนเศษ ซึ่งฝ่ายเลขานุการได้ประสานงานร่วมกัน รวม 142 ครั้ง ทำให้ทั้งสองฝ่าย ได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ด้วยความรวดเร็ว อย่างสันติวิธี มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ขอขอขอบคุณฝ่ายกัมพูชาที่ประสานงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และป้องกันข่าวปลอม (Fake News) จากผู้ไม่หวังดี
2. ขอขอบคุณฝ่ายกัมพูชา ที่ได้ส่งตัวประชาชนที่พลัดหลงป้า (นายโยชน์ สายน้อย ส่งตัวเมื่อ 15 พ.ค. 69) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือในการประสานงาน ตามกลไก RBC ด้าน ทภ.2 - ภท.4 ที่มีผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดี ในความร่วมมืออื่นๆ ต่อไป
3. หน่วยในพื้นที่ห้วยตามาเรีย แจ้งว่าได้ยินเสียงระเบิดบริเวณช่องคานม้า ตั้งแต่เดือน เม.ย. 69 ถึงปัจจุบัน จำนวน 19 ครั้ง โดยเฉพาะเดือน ก.ค. 69 ได้ยินเสียง จำนวน 6 ครั้ง ซึ่งฝ่ายไทยได้ตรวจสอบกับทุกหน่วยแล้ว ไม่มีการปฏิบัติทางทหาร รวมทั้งการใช้อาวุธ และวัตถุระเบิดในพื้นที่ดังกล่าว จึงขอให้ฝ่ายกัมพูชา ได้ตรวจสอบกับทุกหน่วยเพื่อป้องกันความตึงเครียดตามชายแดน
4. ขอให้ฝ่ายกัมพูชา ไม่ขยับกำลัง หรือมาตั้งฐานปฏิบัติการ ใกล้แนวลวดหนาม เนื่องจาก หากมีฐานที่อยู่ใกล้กัน อาจจะนำไปสู่อุบัติเหตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายไม่พึงประสงค์
5. เมื่อเกิดเหตุการณ์ตามแนวชายแดน ขอให้ตรวจสอบข่าวสาร พิจารณาเหตุผล เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูล และขอให้ร่วมกันสร้างความเข้าใจต่อสื่อมวลชน เพื่อลดข่าวปลอม (Fake News)
6. รัฐบาล รวมทั้งเอกชนของไทย ได้ให้งบประมาณในการก่อสร้างเส้นทางตามแนวชายแดน ประกอบด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและเจ้าหน้าที่ตามสัดส่วน โดยไม่ได้เพิ่มเติมกำลัง และดำเนินการในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย
7. ขอให้ร่วมกันยึดถือการปฏิบัติตามถ้อยแถลงของ GBC ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 อย่างเคร่งครัด หากมีความไม่เข้าใจ ขอให้แจ้งผ่านชุดประสานงาน ซึ่งได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพ จึงขอให้ดำรงการประสานงานอย่างต่อเนื่อง
กองทัพภาคที่ 2 ยังคงยึดมั่นในการใช้กลไกการเจรจาและการประสานงานทางทหารควบคู่กับการปฏิบัติหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือและการสื่อสารที่ต่อเนื่องจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดี ลดความตึงเครียด และสนับสนุนการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณแนวชายแดน
ทั้งนี้ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า กองทัพภาคที่ 2 จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ภายใต้กรอบกฎหมายและข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองอธิปไตย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างเต็มกำลัง


