ศูนย์ข่าวขอนแก่น-บัสซิ่ง ทรานสิท จับมือโตโยต้า โชว์รถเมล์เดิ้น เปลี่ยนรถสองแถวเล็กให้โมเดิร์นน่าใช้ เผยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่มาปรับใช้ ทั้งระบบติดตามรถ จัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ รวมถึงป้ายรถเมล์อัจฉริยะ ทำให้ผู้ประกอบการลดต้นทุน ผู้บริโภคได้ประโยชน์
วันนี้ (14 ก.ค.) ที่พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับบริษัท บัสซิ่ง ทรานสิท จำกัด ภายในงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2026 ได้จัดนิทรรศการ “รถเมล์เดิ้น” ซึ่งเป็นนิทรรศการชวนมองรถเมล์ รถสองแถว และระบบเดินทางท้องถิ่นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ที่สามารถพัฒนาให้ทันสมัย ใช้งานง่าย และเชื่อถือได้ โดยมีผู้แทนจาก กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และสภาองค์กรผู้บริโภค ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องอนาคตของขนส่งสาธารณะเมืองภูมิภาค
ไฮไลท์สำคัญคือ Tech Showcase จากบริษัท บัสซิ่ง ทรานสิท จำกัด ที่นำเทคโนโลยีซึ่งใช้กับระบบเดินรถจริงมาจัดแสดง เช่น ระบบติดตามรถ ระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ ระบบจอแสดงข้อมูลผู้โดยสาร รวมไปถึงป้ายรถเมล์อัจฉริยะ และระบบบริหารจัดการหลังบ้าน เพื่อยกระดับขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพและน่าใช้มากขึ้น
นายวัชรชัย วรรณสิทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท บัสซิ่ง ทรานสิท จำกัด เปิดเผยว่าในช่วงงาน Isan Creative Festival ทางบัสซิ่ง ทรานสิท (Bussing Transit) ได้ร่วมมือกับ CEA นำเทคโนโลยีที่ใช้อยู่แล้วในระบบเดินรถขอนแก่นซิตี้บัส ( Khon Kaen City Bus) ที่เราเป็นเจ้าของเดินรถเอง รวมถึงนำเอารถสองแถวนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นผลงานจาก Toyota ร่วมกับบัสซิ่ง ทรานสิท มาให้คนขอนแก่นได้ชม
“รถเมล์เดิ้น” ที่นำมาจัดแสดงนั้น เป็นรถสองแถวนวัตกรรมใหม่ ที่บริษัท บัสซิ่ง ทรานสิท จำกัด ออกแบบและพัฒนาร่วมกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และนำไปให้บริการจริงแล้ว ที่จังหวัดสมุทรปราการ รถสองแถวต้นแบบนี้สะท้อนแนวคิดว่า ขนส่งสาธารณะท้องถิ่นสามารถพัฒนาให้ทันสมัยขึ้นได้
รถสองแถวคันนี้ สามารถเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการขนส่งสาธารณะสมัยใหม่ได้ เช่น ระบบติดตามตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ ระบบแสดงข้อมูลเวลารถมาถึงโดยประมาณ หรือ ETA ระบบชำระค่าโดยสาร ระบบจัดการบัตรโดยสาร และนวัตกรรมล่าสุด คือระบบป้ายรถเมล์อัจฉริยะพลังงานต่ำ ที่นำนวัตกรรมจอ e-ink มาใช้ร่วมกับแผงโซล่าร์ เพื่อบอกสายและระยะเวลาที่รถเมล์จะมาถึงป้าย ใช้พลังงานต่ำ สามารถติดตั้งระบบได้โดยไม่ต้องวางระบบไฟฟ้า
“จะได้เห็นว่าจริงๆ ว่าการทำให้ขนส่งสาธารณะน่าใช้สามารถเปลี่ยนรถสองแถวน่าใช้ขึ้น มีระบบจ่ายเงินทันสมัย ตรวจสอบได้ว่ารถสองแถวตอนนี้อยู่ตรงไหน และเทคโนโลยีของบัสทรานสิท ไม่ได้ช่วยเฉพาะผู้โดยสารอย่างเดียว แต่ช่วยผู้ประกอบการด้วย เช่นที่ขอนแก่นรถบัส 1 คัน ใช้แค่พนักงาน 1 คนเท่านั้น ไม่ต้องมีกระเป๋ารถเมล์ ช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ จากต้นทุนที่ลดลง มีโอกาสนำกำไรส่วนต่างไปพัฒนาระบบขนส่ง” นายวัชรชัย กล่าวและว่า
ปัจจุบันบัสทรานสิท ได้ใช้ระบบนี้ในหลายจังหวัดประกอบด้วยภูเก็ต เชียงใหม่ ปราจีนบุรี สมุทรปราการ นครปฐม ที่น่าสนใจคือระบบจ่ายเงิน สามารถชำระเงินแบบต่างประเทศได้ นักท่องเที่ยวต่างประเทศเมื่อขึ้นรถปุ๊บก็จ่ายเงินบนรถได้เลย ไม่ต้องมีกระเป๋ารถเมล์
นายวัชรชัย กล่าวถึงด้านการลงทุนว่า รถสองแถวขนาดเล็ก จะใช้เงินลงทุนทั้งหมดต่อคันประมาณ 9 แสน ถึง 1 ล้านบาท ถือว่าน้อยมาก เพราะเทคโนโลยีและระบบการจัดการจะเปลี่ยนทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ทันสมัยขึ้น น่าใช้ขึ้นเทียบกับเงินลงทุนต่อคัน ถือว่าไม่มาก เป็นการลงทุนด้วยฝีมือคนไทยทำเอง ผลิตเอง ดังนั้นต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆจึงถูกกว่าต่างประเทศมาก
เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์หรือเปลี่ยนทุกอย่างใหม่ทั้งหมด แต่สามารถนำยานพาหนะที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง “รถสองแถว” มาปรับปรุงใหม่ทั้งด้านการออกแบบ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย การเข้าถึงและการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยี เพื่อให้ตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตจริงของผู้คนมากขึ้น


